การทำซิฟท์ คืออะไร? ช่วยให้มีลูกได้ดั่งใจจริงหรือ

92
- Advertisement -

การทำซิฟท์คืออะไร สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลเนื่องจากไม่สามารถมีลูกได้เองตามธรรมชาติ การทำซิฟท์ นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ผู้มีบุตรยากสามารถตั้งครรภ์ได้

การทำซิฟท์

เช่นเดียวกับการผสมเทียมโดยวิธีอื่นๆ ซึ่งโอกาสที่จะมีลูกได้ มากน้อยแค่ไหนนั้น วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการทำซิฟท์กัน

การทำซิฟท์ คืออะไร?

ทำซิฟท์ คือการนำไข่มาผสมกับตัวอสุจิ เมื่อเกิดการปฏิสนธิกัน จึงนำตัวอ่อนที่ได้มาเลี้ยงไว้ภายในห้องทดลอง จนได้ตัวอ่ออนระยะไซโกต (Zygote) จึงนำกลับเข้าไปฝังในท่อนำไข่ โดยสามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์ได้หลังจากใส่ตัวอ่อนแล้วในอีก 2 สัปดาห์

ใครควรทำซิฟท์

ผู้มีบุตรยากเนื่องจากภาวะดังต่อไปนี้ จะได้รับการพิจารณาให้ทำซิฟท์

1.ฝ่ายหญิงที่มีปัญหาเรื่องท่อนำไข่ผิดปกติ แต่ผู้ที่ต้องทำซิฟท์ควรมีท่อนำไข่ที่ปกติ 1 ข้าง

2.ฝ่ายหญิงที่มีภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีผังผืดมากที่บริเวณอุ้งเชิงกราน และไม่สามารถใช้วิธีอื่นช่วยในการมีลูกได้สำเร็จ รวมทั้งผู้หญิงที่มีภูมิต้านทานต่อตัวอสุจิในมูกของปากมดลูก หรือในกระแสเลือด

3.ฝ่ายชายมีตัวอสุจิที่ไม่ได้คุณภาพ เช่นปริมาณน้อย เคลื่อนไหวช้า

- Advertisement -

4.คู่แต่งงานที่ไม่สามารถมีบุตรเองได้หลังสมรสมาแล้วกว่า 2 ปี โดยไม่ทราบสาเหตุความผิดปกติ

ขั้นตอนการทำซิฟท์

1.ให้ยากระตุ้นการเกิดการตกไข่โดยเน้นไข่ให้มีคุณภาพ และมีปริมาณมาก

2.ควบคุมให้ไข่สุก อย่างน้อย 3-4 ใบ

3.เมื่อไข่สุกได้ที่แล้ว จะใช้เข็มสอดที่บริเวณช่องคลอดเพื่อดูดไข่ออกมา

4.นำตัวอสุจิมาผสมกับไข่ และเก็บไว้ในตู้เลี้ยงตัวอ่อนก่อน

5.รอดูผลการปฏิสนธิ ประมาณ 16-18 ชั่วโมง

6.เมื่อเกิดการปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะเริ่มแบ่งตัว โดยใช้เวลาประมาณ 48-72 ชั่วโมงหลังเก็บไข่ เมื่อตัวอ่อนเข้าสู่ระยะไซโกต (Zygote) จึงนำกลับไปไว้ที่ท่อนำไข่ เพื่อให้เกิดการฝังตัว

7.หลังจากย้ายตัวอ่อนมาไว้ที่ท่อนำไข่แล้ว จะต้องฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าร่างกาย เพื่อช่วยในการฝังตัว

8.หลังย้ายตัวอ่อนประมาณ 2 สัปดาห์ จะทำการตรวจเลือดเพื่อดูผลการตั้งครรภ์ ซึ่งหากตั้งครรภ์ก็แสดงว่าสำเร็จ จากนั้นก็ให้ฝากครรภ์ได้เลย

ทำซิฟท์ช่วยให้มีลูกได้จริงหรือไม่

แม้เทคโนโลยีในการเจริญพันธุ์จะก้าวหน้าแค่ไหน แต่ก็ยังไม่มีวิธีการใด ที่สามารถยืนยันได้อย่าง 100% ว่าเมื่อทำแล้ว จะได้ลูกอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับการทำซิฟท์ที่มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์อยู่ที่ 30-40% เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆที่นอกเหนือจากปัญหาเรื่องอวัยวะสืบพันธุ์ของทั้งฝ่ายหญิงและชายแล้ว ยังมีเรื่องอายุ โดยผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าก็มีโอกาสที่จะทำสำเร็จกว่าผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า นอกจากนี้ยังมีสภาพแวดล้อมอื่นๆอีกเช่น โรคประจำตัวหรือโรคทางพันธุกรรม ก็มีผลต่อความสำเร็จในการทำซิฟท์ด้วยเช่นกัน และในปัจจุบันการทำซิฟท์ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรเนื่องจากอาจจำเป็นต้องเจาะหรือผ่าตัดหน้าท้องเพื่อดูดไข่ออกมา หรือย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในท่อนำไข่ ซึ่งทำให้ฝ่ายหญิงต้องเจ็บตัวและเสียค่าใช้จ่ายสูง และยังมีวิธีอื่นๆเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้นด้วย

การรักษาผู้มีบุตรยาก โดยการเลือกวิธีการผสมเทียม ไม่ว่าจะการทำซิฟท์ หรือวิธีใดๆ ก็ควรอยู่ภายในดุลยพินิจพิจารณาของแพทย์ และผู้ทำก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นด้วยซึ่งมักจะมีค่ารักษาที่สูงอยู่ทีเดียว แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะมีลูกได้ 100%

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.แก้ปัญหามีลูกยาก กับวิธีง่ายๆ ที่ทำแล้วได้ผลจริง
2.มีลูกยาก เพราะสามีไม่ฟิต นี่เลย 7 อาหารควรให้สามีกิน รับรองได้ลูกชัวร์