ไขข้อข้องใจ คนท้องกินยาระบาย ได้หรือไม่!?

28938
- Advertisement -

คนท้องกินยาระบาย ได้ไหม? เพราะปัญหาท้องผูกกับแม่ตั้งครรภ์มักจะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้  เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของมดลูกที่ขยายขนาดจนไปเบียดบริเวณลำไส้ โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้คลอด ทำให้ระบบการขับถ่ายเป็นไปได้ยากขึ้น

คนท้องกินยาระบาย

ซึ่งตามปกติคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่รับประทานอาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานง่ายขึ้น  รวมไปถึงการดื่มน้ำให้เพียงพอ  หากเป็นเครื่องดื่มก็ควรเลือกชนิดที่ให้กากใยสูง เช่น น้ำลูกพรุนน้ำสำรอง น้ำผลไม้ปั่นสดที่มีกากใยอยู่ด้วยเป็นต้น และควรเดินบ่อยๆ เพื่อทำให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว แล้วถ้าท้องผูกที่เกิดจากไม่ถ่ายมาหลายวัน  ยาระบายคงเป็นคำตอบที่ดี แต่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่ติดตามอ่านค่ะ

ไขข้อข้องใจ คนท้องกินยาระบาย ได้หรือไม่

ยาระบายกับคนท้องหากมีปัญหาท้องผูกหลายวันจำเป็นต้องใช้ยา ควรใช้ยาที่ออกฤทธิ์อ่อนตามแบบกลไกการขับถ่ายธรรมชาติ เช่น ใช้ยาสอดเข้าทางทวารหนักสามารถช่วยให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น แต่ควรใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เพราะหากเมื่อใช้พร่ำเพรื่อ จะทำให้ร่างกายเคยชินกับการกระตุ้นจนต้องใช้ยาช่วยถ่ายเสมอ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ยาถ่ายสำหรับคนท้อง

– การทานยาระบายจะส่งผลให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ ซึ่งจะเป็นผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง หัวใจเต้นเร็ว แล้วส่งผลถึงทารกในครรภ์ด้วย

– ยาระบายประเภท น้ำมันละหุ่งนั้นยังทำให้ทารกขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินอี วิตามินเค เป็นต้น เพราะจะถูกยาระบายขับออกไปด้วย

– ยาบางชนิดอาจทำให้ปวดบิดหรือระคายเคืองทวารหนักได้ หากกินแล้วเจอปัญหานี้ก็ควรงด หรือกินแล้วถ่ายกะปริดกะปรอยก็ควรงดเช่นกัน

- Advertisement -

– ส่วนชาชงระบายที่โฆษณาลดความอ้วนก็มักทำให้ถ่ายกะปริดกะปรอยเช่นกัน ที่สำคัญไม่ควรนำมารับประทานเพราะอาจเกิดอันตรายได้

ยาระบายชนิดใดที่ไม่ควรใช้

– ยาระบายมะขามแขกและยาบิสโคดิว จะออกฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบรัดตัวแรงขึ้น และยังสามารถขับออกทางน้ำนมด้วยโดยเฉพาะยาระบายมะขามแขกซึ่งจะทำให้น้ำนมมีสีน้ำตาลและจะส่งผลทำให้เด็กท้องเสียด้วย

– เกลือแมกนีเซียม โปแตสเซียม และโซเดียม ตัวยาจะซึมผ่านเนื้อเยื่อทำให้เกิดการดูดน้ำออกจากเนื้อเยื่อและระบายน้ำออกจากร่างกายยาในกลุ่มนี้ควรดื่มน้ำตามมากๆ และห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจผู้ป่วยที่ใช้ยาขับปัสสาวะ และผู้ป่วยโรคไตบกพร่อง เพราะอย่าไปทำให้ความดันโลหิตต่ำและกดระบบหายใจ

– ยาระบายประเภทน้ำมันแร่ พาราฟินเหลว ยากลุ่มนี้จะทำให้อุจจาระอ่อนตัว แต่มีผลเสียคือจะขับวิตามินที่ละลายในไขมันคือ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเค ออกไปด้วยอาจทำให้ทารกขาดวิตามินดังกล่าวได้

– ยาระบายชนิดไฟเบอร์ผง ยาระบายกลุ่มนี้จะใช้เวลาออกฤทธิ์ 12 – 24 ชั่วโมงโดยจะไปช่วยเพิ่มกากอาหารในลำไส้ใหญ่ เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ทำงานมากขึ้น ต้องดื่มน้ำตามมากๆ ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อลำไส้ใหญ่อุดตัน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดผื่นคันตามผิวหนังได้ด้วย

อย่างไรก็ตามการกินยาใด ๆ ก็ตามในช่วงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังในการใช้ยาให้มากเพราะอาจส่งผลเสียต่อทารกน้อยได้ อย่างไรก็ตามการใช้ยาระบายขอเป็นอันดับสุดท้ายที่คุณแม่จะเลือกใช้นะคะ  ควรดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารที่มีกากใยจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวขึ้น

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY