คนท้องโดนไฟดูด Q&A แม่ท้องโดนไฟดูด ลูกในท้องจะอันตรายไหม?

17395
- Advertisement -

คนท้องโดนไฟดูด คำถามจากคุณแม่ทางบ้าน Q&A ดิฉันอยากสอบถามข้อมูลค่ะ อยากรู้ว่าแม่ท้องโดนไฟดูด ลูกในครรภ์อันตรายไหม

คนท้องโดนไฟดูด

คนท้องโดนไฟดูด

A: เรื่องไฟฟ้านั้น ต้องบอกว่าจะคนปกติหรือคนที่ตั้งท้อง ก็ควรระวังตัวให้มากที่สุดค่ะ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้าดูด แน่นอนว่าย่อมเกิดอันตรายอย่างแน่นอน แต่อันตรายนั้นจะมีมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถูกไฟฟ้าช็อต หรือไฟฟ้าดูด หรือมีการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หรือได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกต้องหรือไม่ 

ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต อันตรายส่งตรงถึงหัวใจ

หัวใจคืออวัยวะสำคัญของร่ายกาย ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และยังมีการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีหยุด โดยหากมีสิ่งที่ทำอันตรายให้เกิดขึ้นกับหัวใจ นั่นก็หมายความว่า มีผลต่อการเสียชีวิตนั่นเอง

อาการของคนที่โดนฟ้าดูดหรือไฟฟ้าช็อต คือ เริ่มจากกระแสไฟจะไหลผ่านเข้าไปที่หัวใจ จนทำให้หัวใจเกิดการหยุดทำงาน หยุดเต้น เป็นเหตุให้เสียชีวิต และยังสามารถทำลายอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่เป็นทางผ่านของกระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อ ระบบประสาท กระดูก  อวัยวะในช่องท้อง เป็นต้น ซึ่งหากได้รับกระแสไฟฟ้าที่มีความรุนแรง ก็จะทำให้เกิดอันตรายกับอวัยวะในช่องท้อง จนมีอาการชัก เกร็ง หมดสติ และเสียชีวิตตามมา

ดังนั้นคำถามที่ว่าคนท้องโดนไฟฟ้าดูด หรือไฟฟ้าช็อตเป็นอันตรายกับลูกในครรภ์หรือไม่ จึงขอตอบว่าขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้าที่ได้รับ ว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน หากเพียงแป๊บเดียวรู้สึกว่าจี๊ดๆ ในระยะเวลาไม่กี่วินาที แล้วดึงตัวออกมาได้ รวมถึงคนท้องเองไม่เป็นอะไร ไม่ได้รู้สึกชา เจ็บ หรือ ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ ก็แสดงว่าลูกในครรภ์ไม่เป็นไร

แต่หากคนท้องได้รับกระแสไฟฟ้าที่รุนแรง จนเกิดอาการหน้ามืด มีอาการชา มีอาการชัก รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ หรือหมดสติ ลูกในครรภ์ก็ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นจึงต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

- Advertisement -

ข้อปฏิบัติหากถูกไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าดูด

1.พยายามตั้งสติให้ไว แล้วรีบตัดกระแสไฟฟ้าที่กำลังเกิดเหตุอยู่ รวมถึงหมั่นเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ

2.เมื่อเราพบว่ามีการเกิดไฟฟ้าช้อตหรือไฟฟ้าดูด เมื่อจะช่วยเขาจำไว้เสมอว่าอย่าสัมผัสตัวบุคคลคนนั้นด้วยมือเปล่าโดยตรง แต่ควรหาวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าเพื่อป้องกันอันตราย เช่น  ไม้ ผ้าแห้ง ถุงมือยาง สำหรับการช่วยก่อน

3.สำหรับแม่ตั้งครรภ์ ควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ในเรื่องของการใช้ไฟฟ้ารอบตัว ควรมีการเช็คความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน มีการติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟ

4.มีความระมัดระวังในเรื่องของพฤติกรรมต่าง ๆ ในการสัมผัสไฟฟ้ามากขึ้น เช่น ไม่เสียบปลั๊กขณะตัวเปียก หรือมือเปียก หรือ ไม่นอนฟังเพลงเสียบหูฟัง จากโทรศัพท์ที่กำลังชาร์ตแบต หรือไม่เสียบปลั๊กพ่วงหลายอย่างในปลั๊กตัวเดียว หรือวางสายไฟฟ้าให้อยู่ในที่ปลอดภัย ไม่วางขวางทางเดิน หรือ ติดตั้งสายดิน หรือ ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเอง หากไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ดีพอ หรือ ไม่ใช้เครื่องไฟฟ้าที่เปียกน้ำอย่างเด็ดขาด หรือ จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และมีการถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งาน เป็นต้น

5.เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น โดยสายด่วนขอความช่วยเหลือได้ที่  1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY