คลอดลูกในน้ำ ที่บ้านตัวเอง จากประสบการณ์จริงของคุณแม่ทางบ้าน

0
212
- Advertisement -

ต้องบอกเลยว่าการ คลอดลูกในน้ำ กำลังเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงเลยทีเดียว เพราะช่วยลดอาการปวดท้องคลอดของคุณแม่ได้ดี และยังดีต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยอีกด้วย

คลอดลูกในน้ำ

ซึ่งวันนี้แอดมินก็มีประสบการณ์จริงจากคุณแม่ทางบ้าน ที่ได้คลอดลูกในน้ำที่บ้านของตนเองมาแชร์ให้ได้อ่านกัน จะเป็นอย่างไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

แชร์ประสบการณ์ คลอดลูกในน้ำ ที่บ้านตัวเอง

วันนี้เรามาแชร์ประสบการณ์คลอดลูกในน้ำแบบธรรมชาติในอ่างอาบน้ำที่บ้านค่ะ อาจจะยาวนิดนึงเนอะ ขอเกริ่นก่อนว่า จขกท อายุ 33 ปีค่ะ ตั้งครรภ์ลูกคนแรก วันก่อนคลอดอายุครรภ์ 38 สัปดาห์ค่ะ วางแผนไว้แล้วว่าจะคลอดลูกในน้ำ แต่ก็ยังไปหาหมอที่รพ ตามนัด และไปหา มิดไวฟ์ตามนัดด้วยเช่นกัน เอาตรงๆเลยคือหาทั้งสองหมอพร้อมๆกันค่ะ

อาการเริ่มแรกเลย คือปวดท้องแบบมีประจำเดือนแต่ไม่ปวดมาก เมื่อคืนวันจันทร์ค่ะ แต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะก่อนนอนเรามีอะไรกับสามีด้วย เลยคิดว่าเป็นอาการท้องแข็ง เป็นๆ หาย อยู่ตลอดคืนค่ะ มาได้นอนจริงก็ตอนเช้าค่ะ พอตื่นมาตอนเที่ยงวันอังคาร เราก้อเริ่มหาข้อมูลว่าเป็นอาการอะไร ได้คำตอบว่าเป็นอาการเจ็บเตือนค่ะ 😳😳 คราวนี้ก้อใจตุ้มๆต่อมๆ กลัวด้วย ประมานว่า ชั้นกำลังจะคลอดลูก!!!!!  แต่ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอนะคะ ยังนอนเล่นอยู่บ้าน แต่ก้อยังปวดเหมือนเดิมค่ะ 1 นาที ทุกๆ 15–20 นาที ตอนบ่ายๆ เราก้อชวนสามีไปเดินซื้อของก่อน เตรียมขนมตุนไว้ และได้แวะเข้าห้องน้ำที่ห้าง สรุปมีเลือดออกเลอะกางเกงในแล้วค่ะ ก็เปลี่ยนกกน(เราเป็นคนท้องที่พกกางเกงในติดตัวเพราะปัสสาวะเล็ดบ่อยมาก 55) ตอนนั้นยังไม่บอกสามีค่ะ ทำตัวปกติแต่เริ่มปวดท้องหนักมาก ซื้อของเสร็จสัก 5 โมงเย็น ชวนสามีไปกินข้าวที่ร้านอาหารต่อ เพราะรุ้ตัวดีว่าคลอดแล้วจะอยู่บ้านอีกนานเลย แหะๆ

เราเลยโทรหา มิดไวฟ์และเล่ารายละเอียดให้ฟัง นางบอกมาว่า กำลังจะคลอด เค้าจะรอโทรศัพท์ ถ้าปวดห่างกัน 5 นาที หรือน้ำเดินให้โทรมาอีกที  เราก็โอเค รับทราบ สัก 6 โมงกว่าๆ เริ่มกินข้าวแบบไม่มีความสุขแล้วค่ะ มันเจ็บเริ่มเก็บอาการไม่อยู่แล้ว เลยล่ำลาที่ร้าน (เป็นร้านอาหารที่เคยทำงานค่ะ) พี่ๆเค้าก้อถามใหญ่เลยคลอดเมื่อไหร่ เราก้อตอบไปคืนนี้ล้ะ ทางนั้นเค้าก้อขำกันใหญ่ค่ะ คงนึกว่าเราพูดเล่น 555

ถึงบ้านอาบน้ำ เริ่มเช็คของที่ต้องใช้ก่อนเข้านอน เตรียมชุดคลอด 😉 แต่บอกสามีว่าเธอเข้านอนไปก่อนเลย เพราะคืนนี้เธออาจจะไม่ได้นอนก้อได้ แหะๆ ที่เราไม่ได้บอกเค้าตรงๆ เพราะสามีเราเป็นคนที่ขี้ตกใจมาก นางจะกระวนกระวาย จนทำอะไรไม่ถูก และก้อจะนอนไม่หลับด้วย

ทั้งคืนไม่ได้นอนเลยค่ะ ปวดท้องมาก น้ำยังไม่เดินแต่เริ่มปวดถี่ขึ้น ปวดทุกๆ 15 นาที คราวนี้นอนไม่ได้แล้วค่ะ ออกมาเดินรอบๆบ้าน พาสามีตื่นด้วยเลยทีนี้ จนปวดห่างกัน 6 นาทีไม่ไหวแล้วค่ะ โทรตามมิดไวฟ์ทันที ตอนนั้นเป็นเวลา 7 โมงเช้า ปวดแบบเริ่มพูดไม่ออกล้ะ สามีเลย จัดการเปิดน้ำอุ่นให้เราไปนอนแช่ระหว่างรอหมอมาที่บ้าน พอแช่น้ำปุ้ป อ่าวว ไม่ค่อยปวดล้ะ เอ๊ะยังไง

- Advertisement -

อันนี้เป็นภาพอ่างอาบน้ำที่บ้านค่ะ

สักพักมิดไวฟ์ก้อมาพร้อมอุปกรณ์ อะไรไม่รุ้เยอะแยะ ออกซิเจน  วัดความดัน เครื่องฟังหัวใจ เยอะแยะไปหมด สักพักนางถามว่าปวดมั้ย เราบอกดีขึ้น นางเลยบอกเธอต้องขึ้นมาจากน้ำแล้วล้ะ น้ำอุ่นทำให้บรรเทาความเจ็บปวด เราก้อแบบไม่เจ็บก็ดีแล้วมั้ยอ้ะ แต่ก็ด้ะขึ้นก้อขึ้น พอขึ้นไปนอนบนที่นอน มาอีกรอบล้ะ คราวนี้มีน้ำตาไหล เจ็บมากกกกก ขอกลับลงไปในอ่าง หมอไม่อนุญาติอะไรแว้!!! นางบอกใกล้จะคลอดแล้วค่อยลงไป อะก็ได้ เชื่อฟังนางหน่อย

ต่อมาก็เจ็บแบบน้ำหูน้ำตาไหล คลาสเรียนที่เรียนมาก่อนคลอด การหายใจลืมหมด!!! สามีมานั่งอยู่ข้างๆพยายามบอกให้เราหายใจแบบที่เรียนมา เราบีบมือนางแน่นมาก  คุณหมอใช้วิธีเร่งคลอดธรรมชาติให้ปากมดลูกเปิด ดิ้นไม่เป็นท่าเลยค่ะ เจ็บอ้ะ จนกระทั้ง 11:00 โมง น้ำเดิน เลือดออกเยอะมาก เจ็บแบบนึกว่ากำลังจะตาย แล้วก้อมีลมแบ่ง พยายามถามนางตลอดว่าตอนนี้เด็กอยู่ตำแหน่งที่เท่าไหร่ (ในคลาสเรียนเค้าจะสอนค่ะ) อีกนานมั้ยกว่าชั้นจะคลอด (ใครจะรุ้เนี่ย)

มิดไวฟ์ก้อใจเย็นม๊ากกกก คอยนวดหลังเราตลอด คอยจับมือ มัดผม ให้กำลังใจ สุดท้ายนางบอกให้กลับไปแช่ที่อ่างได้ แต่อย่าเปิดน้ำวน เพราะทำให้การมองเห็นของคุณหมอไม่ถนัดค่ะ

ตอน11:30 เรามีลมแบ่งอีกครั้ง และรู้สึกว่าเจ็บมากกว่าทุกครั้ง คือน้องโผล่หัวออกมาหน่อยนึงค่ะ เห็นผมดำมาเลย แต่เราหยุดเบ่งเพราะความเจ็บ นางวัดการเต้นของหัวใจ นางบอกน้องหัวใจเต้นช้า ให้กลับไปที่เตียง แล้วจะทำคลอดง่ายขึ้น (ก้อคาอยู่ตรงนั้น แหะๆ)

แต่พอเรายืนลมแบ่งมาอีกรอบ คราวนี้จำความรุ้สึกตอนเจ็บได้เลย คิดเลยว่าจะรวบรวมพลังแล้วจะเบ่งออกมาทีเดียว จะได้ไม่เจ็บหลายที กลั้นใจเบ่งสุดพลัง สรุปน้องออกมาค่ะ ลื่นออกมาเลยทีเดียว ดีนะหมอรับไว้ได้ ยังไม่ทันออกจากอ่างอาบน้ำเลย กลับลงไปนอนอีกแล้ว

ลูกสาวจ้าลูกสาว คุณพ่อขอตัดสายสะดือเองค่ะ จากนั้น คุณหมออีกคนและผู้ช่วยก้อมาถึง (มาทำไมยะ ชั้นคลอดเสร้จแล้ว) มาตรวจอาการน้อง ชั่งน้ำหนัก และเย็บแผลเรา ตลกตอนนี้ล้ะร้องหายาชา โดนไปสามเข็ม ผ่านไป 1 ชม หลังจากพักเราก้อลุกขึ้นอาบน่ำสระผม นางก้อช่วยพยุงไป นางช่วยเช็ดตัว แต่งตัวให้ด้วยดีจริงๆ หลังจากนั้นก้อป้ายวัคซีนที่ตา แล้วก้อฉีดวิตตามินแล้วก้อขั้นตอนการดูแลตัวเองและการเลี้ยงลูก บอกตรงๆตอนนั้นง่วงมากค่ะ ไม่ได้ฟังอะไรเลย นางก้อเก็บทำความสะอาด ซักผ้า ทั่วๆไป บริการดีมากกกก สามีเราก้ออุ้มลูกอย่างเดียวเลยค่ะ

อีกวัน มิดไวฟ์ก้อมาตรวจสุขภาพน้องอีกที เจาะเลือด ไม่ร้องสักแอะเลย เราก้อหลับอย่างเดียวเลยค่ะ

เหตุผลที่เลือก คลอดที่บ้าน เพราะหลีกเลี่ยงยาทุกชนิดค่ะ ที่อเมริกา ที่คลอดหลายแบบ คลอดเองธรรมชาติ คลอดเองแบบบล็อคหลัง หรือจะผ่าคลอดแบบใช้ยาสลบค่ะ อีกอย่างไม่ต้องเดินทาง แต่คนที่สามารถที่จะเลือกคลอดธรรมชาติได้ ต้องอยู่ในดุลพินิจของหมอนะคะ ว่าปลอดภัยรึเปล่า

คุนหมอมาตรวจหลังจากคลอดแล้ว 1 วันค่ะ

ค่าใช่จ่าย โดยประมานนะคะ

ถ้าคลอดที่รพ  15,000$ เรามีประกันค่ะ จ่าย 0$

เราคลอดเองที่บ้าน 3500$ เรามีประกันจ่าย 300$ 😇

การดูแลตัวเองหลังคลอดก็แค่ นอนพักผ่อนเยอะๆ 3 วันแรก ห้ามทำงานบ้าน 2 อาทิตย์ ห้ามออกกำลังกาย 6 อาทิตย์ ห้ามมีอะไรกับสามี 2 เดือน 😓 แต่เราลุกขึ้นได้หลังคลอด 3 วันนี้สบายมากแล้วค่ะ อันนี้ก้อเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเราที่มาแชร์ให้เพื่อนได้ฟังกันนะคะ อาจมีพิมพ์ผิดเยอะหน่อยขออภัยด้วยจ้า

เห็นแบบนี้แล้ว ก็อยากคลอดลูกในน้ำขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะ ซึ่งก็ไม่ได้น่ากลัวเลย แถมยังดีต่อสุขภาพทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยอีกด้วย เอาเป็นว่าลองคลอดลูกในน้ำกันดู

ขอบคุณเจ้าของเรื่อง : www.pantip.com/topic/38178692

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY