คลอดลูกในรถ ประสบการณ์คลอดลูกคนแรก ที่คุณแม่อยากแชร์

0
252
- Advertisement -

เชื่อว่าหลายคนก็คงมีประสบการณ์การคลอดที่ทั้งประทับใจและไม่ประทับใจ แตกต่างกันไป โดยวันนี้เราก็ได้นำประสบการณ์การ คลอดลูกในรถ ของคุณแม่ท่านหนึ่ง มาให้แม่ๆ ชาว คนท้อง.com ได้ลองอ่านกันดูค่ะ

คลอดลูกในรถ

เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า การคลอดลูกในรถของคุณแม่ท่านนี้เป็นอย่างไร

แชร์ประสบการณ์ คลอดลูกในรถ ลูกคนแรก

สวัสดีค่ะ  บุ๊งตั้งใจ อยากแชร์ประสบการณ์การคลอดลูกแบบธรรมชาติค่ะ

เพราะตอนที่บุ๊งตั้งท้องครั้งแรก ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เด็ก และการเลี้ยงเด็กเลย

อาศัยเข้ามาหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ทซะเยอะ จริงๆ มีซื้อหนังสือมาอ่านด้วยค่ะ

แต่มันก็เป็นเพียงทฤษฎี บุ๊งอยากอ่านเรื่องราวประสบการณ์จริงมากกว่าค่ะ

แล้วก็ได้ชานเรือนเนี่ยแหละ

- Advertisement -

เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ที่ดีเยี่ยม คราวนี้เลยเอาประสบการณ์ของตัวเองมาแบ่งปันบ้างค่ะ

 

ขอเล่าตอนคลอดเลยนะคะ เป็นประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืมเลย

บุ๊งตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะ “คลอดธรรมชาติ” เพราะธรรมชาติสร้างร่างกายผู้หญิงมาให้

ตั้งครรภ์ และคลอดลูกได้ เวลาใครบอกว่ามันเจ็บปวดมาก

ถามว่าเจ็บมั้ย ก็เจ็บค่ะ แต่ถามว่าทนได้มั้ย ขอตอบว่า “ทนได้” ค่ะ

 

จะว่าไป บุ๊งอ่านประสบการณ์คลอดของคนอื่นมาเยอะ

เกือบทุกคนบอกว่าท้องแรก ปวดท้องนาน เพื่อนบุ๊งที่คลอดก่อน ก็บอกว่าปวดท้องอยู่สิบกว่าชั่วโมง

พอถึงเวลาบุ๊งปวดท้องคลอด ก็เลยไม่รีบร้อน

โทรไปถาม ร.พ. แผนกสูตินารีบอกว่า ไม่ต้องรีบ ให้จับเวลาว่าปวดท้องถี่ทุกๆ 5 นาที

ค่อยมา ร.พ. ซึ่งบ้านบุ๊งกับ ร.พ. ห่างกันพอสมควร (นนทบุรี-นานา)

วันนั้นคุณสามีไม่อยู่ค่ะ ไปทำงานข้างนอกค่อนข้างไกลเลยทีเดียว

จับเวลาดู ปวดท้องถี่มากแล้ว ก็เลยโทรบอกแม่ ซึ่งก็อยู่ไกลกันอีก

เลยส่งน้องชายกับน้องสาวคนเล็กมารับไป ร.พ.

 

ตอนขึ้นรถ ทุกคนก็จะให้นอนเบาะหลัง แต่สำหรับบุ๊ง มันไม่สะดวกเลย

ก็เลยเลือกนั่งข้างคนขับ ออกรถไปไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกว่าปวดถี่สุดๆ ค่ะ

นอกจากอาการปวดท้อง ไม่มีอาการอื่นเลย ทุกคนเลยคิดว่าไม่ต้องกังวล

อีกนานกว่าจะคลอด

 

ส่วนบุ๊งก็บอกว่าไม่ไหวละ จะคลอดแล้ว ให้เลี้ยวเข้า ร.พ. ใกล้ๆ นี่ก่อนเลย

พ่อกับแม่บอกทางโทรศัพท์ว่า ให้ไป ร.พ. ที่ฝากท้องจะดีกว่า

ก็บึ่งรถไปค่ะ โชคยังดีที่วันนั้นรถไม่ติด ซึ่งปกติรถจะติดมากกกกกกกกกก

 

น้องชายขับรถเร็วมากๆ ค่ะ ตอนนั้นฉุกละหุก

คิดไม่ทันว่าควรจะติดต่อ จส.100 หรือตำรวจให้ช่วยอำนวยความสะดวกด้วย

สุดท้ายก็ไม่ได้โทรติดต่อ เพราะมัวแต่โทรไป ร.พ. ให้เค้าเตรียมพร้อมไว้ค่ะ

 

นั่งรถไปถึงกลางทาง ก็รู้สึกว่ามี “ลูกโป่ง” พองออกมาจาก xxx

คือบุ๊งเห็นเลยค่ะ ว่ามีอะไรโป่งออกมา สักแป๊บก็แตกโพละ

น้ำกระจายออกมา ก็เลยรู้แล้วว่า น้ำเดินนั่นเอง

เห็นคนอื่นเค้าน้ำเดินกับเงียบๆ ไหงของบุ๊งเป็นแบบนี้ล่ะ

 

ถึงตรงทางลงทางด่วนบุ๊งก็รู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว อั้นไม่ไหว ลูกจะออกมาแล้ว

เลยปล่อยค่ะ มันอั้นไม่ได้จริงๆ

ความรู้สึกตอนนั้นคือ มีแรงเบ่ง และรู้สึกว่าหัวลูกดันออกมาค่ะ

ตอนนั้นน้องชายก็ขับรถอย่างเร่งรีบแบบไม่มองฟ้า มองดิน

น้องสาวที่มาด้วยกันก็สติกระเจิดกระเจิงไปแล้วค่ะ

 

ตอนที่เห็นหัวลูกออกมา คือเด็กอยู่ในท่าคว่ำ

พอหัวออกมาปุ๊บ หัวก็หันไปด้านข้างค่ะ

อีกสักพัก ก็รู้สึกว่ามีแรงเบ่งอีก

คราวนี้เบ่งอีกรอบ ตัวก็ออกมาค่ะ

สิ่งเดียวที่บุ๊งคิดตอนนั้นคือ ขอให้ลูกหายใจ

และก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้

น้องชายกับน้องสาว ช๊อคมากๆ ค่ะ

ขับรถอยู่ ก็มีเสียงเด็กร้องไห้

เหวอกันไปเลย

 

ตอนที่คลอดออกมาครบทั้งตัว ก็ไปถึงหน้า ร.พ. พอดีเลยค่ะ

เค้าให้ไปจอดที่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอฉุกเฉินก็มาตัดสายสะดือ

รับลูกไปส่งต่อให้หมอเด็ก ส่วนตัวบุ๊งเองก็มีบุรุษพยาบาลมาอุ้มขึ้นเตียงเข็น

เข้าไปห้องฉุกเฉิน พอไปถึง หมอสูติที่บุ๊งฝากคลอดก็มารออยู่แล้วค่ะ

แล้วก็ค่อยไปคลอดรกที่เตียงในห้องฉุกเฉินค่ะ

 

รวมเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่เริ่มปวดท้อง จนคลอด ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง

ถือว่าลูกคนนี้รักแม่ 5555 ไม่อยากให้เจ็บนานค่ะ

เป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่ดีที่สุดเลยค่ะ

โฉมหน้าสุดที่รักคนแรกของบุ๊ง น้อง Otto

ต้องบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่คุณแม่จะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว แล้วคุณแม่ท่านอื่นล่ะคะ มีประสบการณ์การคลอดลูกอย่างไรกันบ้าง และมีใครเคยคลอดลูกบนรถบ้างไหมเอ่ย สามารถมาแชร์ประสบการณ์กันได้นะคะ

ขอบคุณที่มา : pantip.com

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY