ประสบการณ์ตรง ตกเลือดหลังคลอด จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

264
- Advertisement -

ตกเลือดหลังคลอด เป็นภาวะอันตราย ที่คุณแม่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราก็มีประสบการณ์จริงจากคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีอาการตกเลือดหลังคลอด มาบอกเล่ากันอีกเช่นเคย เราไปดูเรื่องราวของคุณแม่ท่านนี้กันเลย

ตกเลือดหลังคลอด

เมื่อเราเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากการ ตกเลือดหลังคลอด

สวัสดีค่ะ ชาวชานเรือนที่น่ารักทุกท่าน

วันนี้ว่างๆ อยากมาแชร์ประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งเราเคยเจอมา ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทุกวันนี้ภาพยังติดตาเราอยู่เลย นึกถึงทีไรก็ยังน้ำตาซึมอยู่ทุกทีเลยค่ะร้องไห้

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2555 เราคลอดลูกคนแรกโดยวิธีผ่าคลอด เพราะหมอที่ฝากครรภ์บอกว่าลูกตัวใหญ่ ถ้าเบ่งเองกัลวจะช้ำทั้งแม่ทั้งลูก และหมออยากควบคุมความเสี่ยงเองด้วย ตอนแรกที่เราตั้งใจไว้คืออยากคลอดเองค่ะ พอได้ฟังที่หมออธิบายถึงเรื่องความเสี่ยงต่างๆ เราก็เริ่มกังวล เลยปรึกษากันกับสามีว่า เอาตามหมอแล้วกัน หมอว่าชัวร์เราก็โอเคค่ะ เลยตกลงเป็นการผ่าคลอด วันที่ 6 มกราคม 2555

การผ่าคลอดผ่านไปได้ด้วยดี ลูกแข็งแรงสมบูรณ์ และกลับมาพักฟื้นที่บ้านตามปกติค่ะ เราเลี้ยงลูกเองแต่มีแม่และพ่อของสามีคอยช่วย เช่น อาบน้ำลูก อุ้มลูกเดินเล่น เราจะคอยให้นมลูกเป็นหลัก เรียกได้ว่าช่วงเดือนแรกไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากให้นมลูกค่ะ ตอนที่ไปเช็คร่างกาย หลังคลอดก็ปกติดีค่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วงเลย เราก็ค่อนข้างสบายใจแล้ว ก็เลี้ยงลูกไปตามปกติ

จนผ่านมาช่วงปลายเดือน ช่วงนั้นน้ำคาวปลาเรายังไม่หมดค่ะ ปกติจะมีน้ำคาวปลาออกมาลักษณะสีน้ำตาลอ่อนๆ จนช่วงเช้ามืดประมาณ ตี4 ของวันที่ 27 มกราคม 2555 เราปวดท้องหน่วงมากๆ ปวดเหมือนเวลาเป็นประจำเดือนอ่ะค่ะ ลุกมาเข้าห้องน้ำ มีเลือดสีแดงสด ซึมออกมา เราก็แปลกใจปนไม่แน่ใจว่านี่มันคือเลือดอะไร จะเป็นประจำเดือนก็ไม่น่าใช่เพราะคลอดได้ยังไม่ถึงเดือนเลย เราก็ทนค่ะ จนตอนเช้า บอกสามีว่าเรามีเลือดออก ซึมๆเหมือนประจำเดือน ก็คุยกันว่าเดี๋ยวช่วงเย็นรอสามีเลิกงานไปหาหมอกัน ระหว่างนั้นเราก็เลี้ยงลูกจนลืมโทรถามเพื่อนที่มีประสบการณ์

มีอาการตกเลือด แบบไม่ทันตั้งตัว

แล้วช่วงบ่ายโมงวันนั้น ก่อนที่เราจะได้ไปหาหมอ เรื่องที่เราไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นค่ะ ช่วงบ่ายโมงวันนั้น หลังจากที่เราให้นมลูกอยู่ในห้องเสร็จแล้ว กะว่าเดี๋ยวจะอุ้มลูกออกมาเดินเล่นข้างนอก จังหวะที่เราลุกขึ้นจากที่เตียงนั่นเอง เรารู้สึกเหมือนมีอะไรซักอย่างไหลพรวดออกมาทางช่องคลอด ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ ก้มลงไปมองขาตัวเองเห็นเลือดสดๆไหลทะลักออกมา เรารีบตะโกนเรียกแม่สามี ขณะที่เลือดก็ยังไหลไม่หยุด ลักษณะการไหลเหมือนเวลาเราเปิดก็อกน้ำเลยค่ะ เราตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก พ่อสามีรีบเข้ามารับลูกไปอุ้ม แล้วเอาเก้าอี้มาให้เรานั่ง แม่สามีเรารีบโทรหาสามีเรา เราเองนั่งตัวสั่น มองเลือดที่ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นแบบตกใจไม่รู้จะทำยังไง เลือดไหลแบบนั้นอยู่ร่วม10นาทีเห็นจะได้ค่ะ จนเริ่มหยุดไป เปลี่ยนเป็นอาการปวดหน่วงอย่างรุนแรงมาแทน เหมือนมีอะไรบางอย่างพยายามจะออกมาจากมดลูกของเราให้ได้ เรามองไปที่เท้าตัวเองอีกรอบ เห็นเท้าตัวเองเริ่มกลายเป็นสีเขียวคล้ำ แม่สามีเรากอดเราไว้ไม่ห่าง บอกตรงๆว่าในใจ ตอนนั้นกลัวตายมากๆเพราะเราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน หันไปมองลูกที่กำลังหลับอยู่ นึกถึงพ่อนึกถึงแม่ ช่วยลูกด้วย อย่าให้ลูกเป็นอะไรไปนะ จนสามีเรามาถึง เรียกรถพยาบาลมารับไปรพ.ที่ใกล้ที่สุด

- Advertisement -

ไปถึงรพ.เจ้าหน้าที่ก็เข็นเราไปที่ห้องฉุกเฉิน สามีเราโทรตามหมอที่ผ่าคลอดให้เราบอกว่าเราตกเลือด หมอดันติดเคสผ่าตัดอยู่อีกรพ.นึง ระหว่างนั้น เลือดก็เริ่มไหลทะลักออกมาอีกแต่คราวนี้มาเป็นก้อนเลยค่ะ ปวดหน่วงสลับกับเลือดไหลออกมาเป็นก้อนๆที่เรามองเห็นคือก้องใหญ่เท่ากำปั้น พยาบาลเริ่มให้น้ำเกลือ และเรียกหมอสูติท่านอื่นที่เข้าเวรอยู่มาดูอาการเบื้องต้น หมอสูติคนแรกเข้ามากดๆคลำๆตรงช่องท้องเรา แล้ววินิจฉัยว่า น่าจะเป็นเลือดเก่าที่ตกค้างออกมาไม่หมด ไม่มีอะไรน่ากังวล แล้วก็ออกไปคุยกับสามีเรา

จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็เข็นเราไปซาวน์ดูช่องท้อง ตอนนั้นบอกตรงๆว่าเราไม่รู้เรื่องแล้วค่ะ เริ่มเบลอแล้วเพราะปวดหน่วงมากๆใครอธิบายอะไรมาเริ่มไม่รู้เรื่องแล้ว เลือดก็ยังออกมาเป็นระยะ จนเจ้าหน้าที่เข็นเราไปนอนรอหมอเจ้าของเคสที่ห้องพักฟื้นพยาบาลก็เข้ามาดูตลอด แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก ผ่านไปประมาณ15นาทีที่เราทนนอนปวดอยู่แบบนั้นจนขาเริ่มชา แขนเริ่มชา รู้สึกว่าแขนขาไม่มีแรง ใจสั่น หายใจลำบากเหมือนเราไม่สามารถสูดอ็อกซิเจนเข้าปอดได้เลย หันไปบอกสามีว่า เราไม่ไหวแล้ว หมออยู่ไหน..นี่สินะ อาการของคนใกล้ตาย เราคิดในใจ สามีเรารีบออกไปเรียกพยาบาลว่าตามหมอมาที เราไม่ไหวแล้ว ซักพักค่ะ หมอที่ผ่าคลอดเราก็มา มาถึงก็สั่งงานพยาบาลเสียงดังลั่นเลย หมออ่านฟิล์มอัลตร้าซาวน์แล้วบอกว่า เลือดไม่ได้อยู่ในช่องท้องนะ มันอยู่ในมดลูก แล้วหมอก็เริ่มกดตรงช่วงมดลูกค่ะ ตอนนั้นเจ็บปวดมาก ปวดจนเราทนไม่ไหวร้องลั่นห้องเลย แล้วเลือดก็เริ่มไหลทะลักออกมาอีก มากน้อยแค่ไหนเราไม่รู้ รู้แต่ว่าหน้าเริ่มมืด หันไปบอกหมอว่า เราไม่ไหวแล้ว หมอมาส่องตาเราแล้วตะโกนเรียกพยาบาลลั่นเลยว่า เข้ามาช่วยกันหน่อย คนไข้กำลังจะช๊อค แล้วเราก็สะลึมสะลือไม่รู้เรื่องไปเลยค่ะ

รู้สึกตัวอีกที เห็นทั้งหมอทั้งพยาบาลรอบเตียงเรา ทั้งฉีดยาตรงเท้า ยาอะไรไม่รู้ แสบมากๆ หันไปมองหาสามี เจอสามียินตาแดงอยู่ห่างๆ น้ำตาเราไหลค่ะ กลัวตายมากๆ จนหมอเดินออกไปคุยกับสามีเรา ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน จนเจ้าหน้าที่เข็นเราออกมาตรงห้องผ่าตัด เราโดนเข็นเข้าไปแบบไม่รู้อะไรเลย ได้ยินหมอคุยกันว่า ต้องลองดูก่อน ไม่งั้นต้องตัดมดลูกทิ้งและคนไข้จะมีลูกได้แค่คนเดียว ตอนนั้นเราเริ่มเข้าใจแล้วค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แล้วหมอก็เอาที่ครอบมาครอบจมูกเรา สิ่งสุดท้ายที่ได้ยินคือ ทำใจให้สบายนะ โชคดีอาจจะไม่ต้องตัดมดลูก แล้วเราก็หลับไปพระจันทร์

ผ่านไปนานแค่ไหนไม่ทราบค่ะ รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ แล้วบอกว่าเราว่า ตื่นได้แล้ว มึนหน่อยนะ แต่มดลูกยังอยู่ เราพยายามลืมตาขึ้นมา เจอสามีกับหมอยืนคู่กัน สามีเราเข้ามาจับมือแล้วบอกเราว่า ไม่เป็นไรแล้วนะ นาทีนั้นน้ำตาไหลพรากเลยค่ะ เรารีบถามถึงลูกเพราะห่วงลูกมาก ปกติลูกกินนมจากเต้าเราตลอด ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นยังไงบ้าง ยังดีที่มีพ่อและแม่สามีคอยช่วยไม่งั้นเราคงห่วงมากกว่านี้

สรุปแล้ววันนั้น หมอขูดมดลูกจนเลือดหยุดไหล เราเลยไม่ต้องตัดมดลูกทิ้ง ต้องนอนให้เลือดและอ็อกซิเจนอยู่ในห้อง ICU 1คืน กลางคืนนอนไม่หลับเลยค่ะ คิดถึงลูกมาก ห่วงลูกมาก เต้านมก็คัดมากเพราะลูกไม่ได้ดูดเต้าน้ำนมก็ไหลซึมออกมาตลอดจนเราทนปวดไม่ไหว ถามขอยืมที่ปั๊มนมจากรพ.มาปั๊มนมออกเพื่อบรรเทาความปวดก่อน ปั๊มนมไปร้องไห้ไปคิดถึงลูกมาก ป่านนี้จะนอนยังไง สามีเราจะเลี้ยงลูกได้มั๊ย ลูกจะกินนมยังไง มองไปเตียงตรงข้ามก็หดหู่ คือส่วนใหญ่ที่อยู่ห้อง ICU คงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าอาการแต่ละคนเป็นยังไง คืนนั้นสรุปคือนอนไม่หลับ ร้องไห้ทั้งคืน รอแต่ว่าเมื่อไหร่จะเช้าซักที

รุ่งเช้าสามีเรากับพ่อสามี มาเยี่ยมเป็นคนแรกตั้งแต่7โมงเลยค่ะ ทุกคนหน้าตาเหมือนไม่ได้นอนเลย เรารีบถามถึงลูก สามีเราบอกว่า ชงนมให้กินแล้วสามีเราบอกลูกว่า วันนี้แม่ไม่อยู่ไม่นอนอยู่รพ. ญาญี๋อยู่กับพ่ออย่างอแงนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อพาไปหาแม่ แปลกมากที่ลูกเราหลับยาวจนเกือบตี5 เราฟังแล้วน้ำตาไหลพรากเลย ดราม่ามาก 5555

หมอเข้ามาหาเราอีกครั้งช่วงสายๆ มาถอดสายอ็อกซิเจน หมอบอกว่าสาเหตุที่ตกเลือดน่าจะเกิดจากเกิดการติดเชื้อในระหว่างที่แผลกำลังสมาน แต่เพื่อความชัวร์ หมอเลยเอาชิ้นเนื้อที่ขูดออกมาจากมดลูกไปตรวจละเอียดอีกครั้ง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นค่ะ เราเสียเลือดไปเยอะมากหมอบอกว่าเทียบเท่าการถูกยิงหรือโดนแทงเลย เพราะเลือดออกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราช๊อคแล้ว ต้องบอกว่าโชคดีมากที่เราผ่านมาได้ จากเหตุการณ์นี้รู้เลยว่า ครอบครัวเรารักเรามากแค่ไหน แม่เรารักเรามากแค่ไหน สามีห่วงเรามากแค่ไหน และอีกอย่างคือ รู้และเข้าใจเลยว่า รักลูกและห่วงลูกมันเป็นอย่างไร มันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้เลยค่ะ

ขอบคุณที่มา : Pantip.com

= = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ภาวะตกเลือดหลังคลอด จะรับมืออย่างไรและป้องกันอย่างไรให้ปลอดภัยมากที่สุด
2.แชร์ ประสบการณ์คลอดลูก แต่รกไม่ยอมคลอดออกมาด้วย