ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

0
491
- Advertisement -

ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์แล้ว คุณแม่หลายท่านก็คงอยากจะรู้ใช่ไหม ว่าลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง และมีขนาดตัวแค่ไหนแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับขนาดตัวของทารก และสิ่งที่คุณแม่ควรทำในช่วงนี้มาฝากกัน

ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์

เพื่อจะได้เตรียมพร้อมดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น เอาเป็นว่าไปอ่านทำความเข้าใจกันเลยดีกว่า

ตั้งครรภ์ 16 สัปดาห์ ลูกน้อยมีขนาดตัวแค่ไหน

ช่วง 16 สัปดาห์ ทารกในครรภ์จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งถึงแม้ว่าดวงตาของทารกน้อยจะยังปิดอยู่ แต่ก็รับรู้ได้ถึงแสงไฟที่ส่องสว่างและสามารถขยับเคลื่อนที่ไปด้านข้างได้เล็กน้อย หัวใจแข็งแรงขึ้นสามารถสูบฉีดโลหิตเข้าสู่ระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดี ซึ่งจะมองเห็นหลอดเลือดใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน เพราะผิวหนังยังคงโปร่งแสงอยู่ โดยช่วงนี้ทารกน้อยก็จะมีขนาดตัวประมาณ 34 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 680 กรัมนั่นเอง

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 16 สัปดาห์

มาดูกันว่า ช่วงอายุครรภ์เท่านี้ คุณแม่ควรทำอะไรบ้าง

  • ควรปรับความชื้นในห้องนอน เพื่อให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น เพราะช่วงนี้คุณแม่จะมีปัญหาทางเดินหายใจบวม ทำให้หายใจไม่สะดวกได้นั่นเอง
  • ควรแช่และอาบน้ำอุ่น รวมถึงการนวด เพราะจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอวที่เกิดขึ้นได้
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน โดยเฉพาะถ้าหากมีอาการเหงือกอักเสบ ต้องรีบทำการรักษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • เลือกซื้อบราและเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม พักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ และผ่อนคลายความตึงเครียด
  • พบแพทย์ตามที่นัดหมาย ถ้าหากมีอาการผิดปกติต้องรีบพบแพทย์ทันที

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

สำหรับอาการต่างๆ ที่คุณแม่จะต้องพบเมื่อตั้งครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ก็มีดังนี้

1.ผิวพรรณจะดูผุดผ่องสดใส เส้นผมยาวสลวยหนานุ่ม เล็บยาวเร็วขึ้น เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เส้นผมและเล็บงอกเร็วขึ้นกว่าปกติ

2.รูปร่างเปลี่ยนแปลง บางคนอาจจะน้ำหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้า ในช่วงนี้ต้องคอยเอาใจใส่เรื่องอาหารการกิน เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

- Advertisement -

3.คัดจมูก เลือดกำเดาไหล ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เลือดหมุนเวียนมากขึ้น ไม่เพียงแต่จมูกเท่านั้น แต่ส่งผลให้ทุกส่วนของร่างกายบวมขึ้นด้วยเช่นกัน

4.ท้องผูก เนื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่สมดุล การขยายตัวของมดลูกที่กดทับลำไส้ส่งผลให้การเคลื่อนตัวไม่ปกติ ก่อให้เกิดอาการท้องผูกได้

5.มีตกขาวมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติของร่างกาย เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่คอมดลูก ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ตกขาวนี้อาจจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ไม่ควรฉีดล้างหรือใช้น้ำยาทำความสะอาด เพราะจะเป็นการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติไป

6.อาการขี้ลืมของคนท้อง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมจึงเกิดอาการนี้ขึ้นขณะตั้งครรภ์ อาจจะเป็นลักษณะทางชีวภาพหรือเป็นเพราะคิดมากกังวลมากไป จึงทำให้ลืมบ่อยกว่าปกติ

ในช่วงไตรมาสที่สองนี้คุณแม่ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อยู่ แต่ต้องไม่โลดโผนผจญภัยมากนัก เพียงแค่ไปดูหนังฟังเพลง ทานอาหารนอกบ้าน ไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆ เพื่อเป็นการชาร์จพลังให้กับทั้งคุณพ่อและคุณแม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูลูกน้อยที่จะเกิดมา เพราะนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามขึ้นไปคุณแม่จะเดินทางไปไหนมาไหนลำบาก เนื่องจากสภาพร่างกายที่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกน้อยที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้ไม่สะดวกต่อการเดินทางนั่นเอง

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY