ตั้งครรภ์ 22 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

4195
- Advertisement -

เมื่อตั้งครรภ์ เชื่อว่าคุณแม่ก็อยากรู้ใช่ไหม ว่าตอนนี้ลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรและมีขนาดตัวแค่ไหนแล้ว ซึ่งวันนี้เราก็นำข้อมูลเกี่ยวกับขนาดตัวของลูกน้อยเมื่อ ตั้งครรภ์ 22 สัปดาห์มาฝากกัน

ตั้งครรภ์ 22 สัปดาห์

พร้อมด้วยคำแนะนำในการดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่ในช่วงนี้ โดยมีข้อมูลอะไรบ้าง ก็ต้องไปดูกันเลย

ตั้งครรภ์ 22 สัปดาห์ ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

เมื่อ ตั้งครรภ์ 22 สัปดาห์ ทารกในครรภ์จะมีขนาดประมาณ 27 ซม. และมีน้ำหนักเกือบครึ่งกิโลกรัม ช่วงนี้ทารกน้อยเริ่มมีหน้าตาที่ชัดเจนและมีขนาดเติบโตขึ้นมากจนทำให้ท้องของคุณแม่ใหญ่โตจนใครเห็นก็อยากจะเข้ามาขอลูบท้อง โดยช่วงนี้น้ำหนักของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เมื่ออายุครรภ์ 22 สัปดาห์

สำหรับสิ่งที่คุณแม่ควรทำ และดูแลตนเอง เมื่อมีอายุครรภ์ 22 สัปดาห์ ก็มีดังนี้

1.นอนตะแคงข้าง

ช่วงนี้ท้องของคุณแม่มีขนาดใหญ่มาก การนอนหงายไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ ดังนั้นจึงควรนอนตะแคงข้างจะดีที่สุด นอกจากนี้การใช้หมอนหนุนท้อง หรือหมอนสำหรับคนท้องก็จะช่วยให้คุณแม่นอนหลับได้สบายมากขึ้น

- Advertisement -

2.ฝึกออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

คุณแม่ควรเริ่มออกกำลังกายเพื่อบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้แล้ว โดยใช้การขมิบช่องคลอดเพื่อให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงแข็งแรง  แถมยังช่วยลดอาการหย่อนของอุ้งเชิงกรานเนื่องจากการตั้งครรภ์ได้อีกด้วย

3.หมั่นทาครีมบำรุงผิวหรือน้ำมัน

ควรทาครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวบริเวณท้อง หน้าอก และขาเป็นประจำ เพื่อป้องกันรอยแตกลายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยช่วงนี้หากดูแลผิวไม่ดี จะปรากฎรอยแตกลายที่เห็นชัดมาก โดยมีขนาดประมาณ 1-10 มม.และยาวได้หลายเซนติเมตร ซึ่งจะจางหายไปหลังจากคลอด แต่จะจางหายไปหมดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของตัวคุณแม่เองด้วย

อาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงนี้

นอกจากวิธีดูแลตนเองในช่วงนี้แล้ว ก็มีอาการที่คุณแม่ต้องสังเกตและเตรียมตัวรับมือด้วย โดยมีอาการต่างๆ ที่มักจะพบในช่วงอายุครรภ์ 22 สัปดาห์ดังนี้

  • ปวดอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือเอนตัวลงนอน ถ้าหากปวดมากควรปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำในการลดอาการปวด
  • เป็นตะคริวที่น่อง โดยเฉพาะเวลากลางคืน ทั้งนี้แนะนำให้พยายามยืดเหยียดกล้ามเนื้อขาและดื่มน้ำมากๆ ซึ่งเวลาเป็นตะคริวให้เหยียดขา กระดกปลายเท้า และใช้มือดึงปลายเท้าขึ้นมา โดยอาจต้องให้คุณพ่อช่วยดัดและนวดขาให้ ถ้าหากอาการไม่มีขึ้นอาจใช้การประคบร้อน หรือนวดก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง
  • สะดือจุ่น จะสังเกตเห็นว่าสะดือคุณแม่จะจุ่นออกมาจนเห็นได้ชัด เป็นเพราะมดลูกขยายใหญ่มากจนไปดันหน้าท้องและสะดือให้ยื่นออกมา แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลไป อาการนี้จะหายไปหลังจากคลอดลูก
  • ลูกดิ้น ช่วงนี้ลูกจะตอบสนองต่อเสียงรอบข้าง เมื่อคุณแม่พูดคุยหรือมีเสียงดัง ทารกน้อยจะตอบสนองต่อเสียงนั้น ลูกจะดิ้นเป็นเวลามากขึ้น สิ่งที่ควรสังเกตคือความถี่ในการดิ้น ไม่จำเป็นต้องดิ้นแรงแต่ต้องดิ้นสม่ำเสมอ ถ้าหากลูกไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยลงต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจความผิดปกติทันที
  • กรดไหลย้อน เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปสู่หลอดอาหาร สาเหตุหลักมาจากทารกในครรภ์มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก จนเบียดพื้นที่กระเพาะอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหารได้ง่าย วิธีบรรเทาอาการ พยายามตั้งตัวให้ตรง ดื่มน้ำให้มากเพื่อลดกรดในกระเพาะ หลังจากรับประทานอาหารให้เว้นระยะประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงเอนตัวลงนอน และไม่รับประทานให้แน่นท้องมากเกินไป สามารถแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ ได้ เพื่อบรรเทาอาการ

ยิ่งเข้าใกล้ช่วงคลอดมากเท่าไหร่ คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด ดูแลเรื่องการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใยสูงเพื่อลดอาการท้องผูก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าหากมีอาการเจ็บท้องคลอดผิดปกติหรือลูกดิ้นน้อยลงต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY