ทารกในครรภ์บวมน้ำ เกิดจากอะไร อันตรายมากแค่ไหน

1400
- Advertisement -

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ การเกิดภาวะ ทารกในครรภ์บวมน้ำ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากอะไรและมีความอันตรายต่อลูกน้อยหรือไม่ เราจะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจกัน

พร้อมด้วยวิธีการรักษา เพื่อให้ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัย และคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยมีข้อมูล ที่คุณแม่ควรรู้ ดังนี้

ทารกในครรภ์บวมน้ำ คืออะไร มีอาการอย่างไร

ภาวะ ทารกในครรภ์บวมน้ำ คือภาวะที่ทารกมีของเหลว สะสมอยู่ภายในช่องว่างของร่างกายมากผิดปกติ โดยเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ตำแหน่ง เช่น น้ำในช่องปอด น้ำในช่องท้อง น้ำในช่องหัวใจ นอกจากนี้ยังพบว่ามีภาวะตัวบวม และรกมีขนาดใหญ่ร่วมด้วย ซึ่งภาวะทารกบวมน้ำนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ จนกระทั้งสิ้นสุดการตั้งครรภ์

สาเหตุที่ทำให้ เกิดอาการ ทารกในครรภ์บวมน้ำ

เมื่อเกิดความไม่สมดุลกัน ระหว่างของเหลวที่อยู่ในเส้นเลือด กับของเหลวในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย ก็จะทำให้เกิดภาวะบวมน้ำได้ โดยสาเหตุที่ทำให้ ของเหลวในร่างกายเกิดความไม่สมดุลนั้น มาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ ดังต่อไปนี้

1.เกิดจากภาวะ โลหิตจาง 

โดยพบว่า ทารกในตอนเหนือของประเทศไทย มีภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ ซึ่งเกิดจากสาเหตุนี้มากถึง 80% เพราะเมื่อร่างกายของทารก ต้องการออกซิเจนมากขึ้น จึงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงเกิดการสะสมของของเหลวในปริมาณมาก และนำไปสู่ภาวะบวมน้ำได้ นอกจากนี้ การเกิดเนื้องอก ก็ทำให้มีเลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากร่างกายต้องนำเลือดไปเลี้ยงส่วนนี้ด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทารกบวมน้ำ

2.การทำงานของหัวใจ มีความผิดปกติ

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่งผลทำให้ความดันในระบบหลอดเลือดดำสูงขึ้น จึงทำให้เกิดภาวะบวมน้ำตามมา รวมทั้งภาวะทารกเติบโตช้าในครรภ์ เนื่องจากมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ก็ส่งผลให้เกิดภาวะบวมน้ำ ได้เช่นกัน

- Advertisement -

3.ทางเดินน้ำเหลือง ของทารกผิดปกติ

ทารกที่มีทางเดินน้ำเหลืองผิดปก ติย่อมส่งผลทำให้ของเหลวในร่างกาย เกิดความไม่ดุลย์ นอกจากนี้ ถ้ามีการอุดกั้นการไหลเวียนของระบบเส้นเลือดดำ และท่อน้ำเหลืองด้วย ก็ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำได้เหมือนกัน ซึ่งก็มีความอันตรายเป็นอย่างมาก

ภาวะบวมน้ำ ของทารกในครรภ์ มักจะเกิดตำแหน่งไหน

แพทย์สามารถตรวจพบอาการบวมน้ำ ที่อาจขึ้นกับทารกในครรภ์ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เช่น บริเวณผิวหนัง ศีรษะ อก ช่องท้อง เยื่อหุ้มหัวใจ ช่องปอด รวมทั้งจะพบว่าจะมีรกที่หนาผิดปกติ น้ำคร่ำน้อย ตับและม้ามโต

อันตราย จากภาวะทารกในครรภ์บวมน้ำ

ภาวะบวมน้ำนั้น เป็นภาวะเสี่ยงอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในกรณีที่ทารกมีอาการรุนแรง ไม่สามารถรักษาได้ เช่น มีโครโมโซมผิดปกติ เป็นธาลัสซีเมียชนิด Bart’s หรือทารกมีความพิการอย่างรุนแรง แพทย์ก็อาจจะพิจาณาให้ยุติการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ และเนื่องจาก หากทารกคลอดออกมาก็อาจไม่ปกตินั่นเอง

การรักษา อาการทารกในครรภ์บวมน้ำ

เมื่อการตรวจอัลตร้าซาวด์พบว่า ทารกมีภาวะบวมน้ำก็ต้องหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาต่อไป โดยเด็กมีโอกาสที่จะรอดสูงถ้าพบว่าสาเหตุของการเกิดอาการบวมน้ำนั้นรักษาได้ เช่นเกิดจากภาวะซีดจากการติดเชื้อไวร้ส แพทย์ก็จะทำการให้เลือดกับทารกที่อยู่ในครรภ์ หรือเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จะให้ยาเพื่อให้หัวใจเต้นได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น ทั้งนี้หากรู้ตัวเร็ว ก็จะมีโอกาสรักษาให้หายได้สูง แต่หากทราบถึงความผิดปกติช้าเกินไป ก็อาจต้องยุติการตั้งครรภ์ และอาจเป็นอันตราย ต่อตัวคุณแม่ได้อีกด้วย

ดังนั้น คุณแม่ควรใส่ใจกับการฝากครรภ์ การตรวจอัลตร้าซาวด์หาสิ่งผิดปกติในแต่ละไตรมาส  รวมทั้งควรสังเกตอาการผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อที่จะได้วินิจฉัยหาสาเหตุการเกิดโรค และหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งนอกจากอาการบวมน้ำของทารกในครรภ์แล้ว ก็มีภาวะผิดปกติ ที่คนท้องต้องระวังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำคร่ำน้อยเกินไป เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ไม่ควรชะล่าใจกับอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นเด็ดขาด

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More solutions about how can you grow up your baby.
Don’t for get to follow and keep in touch in

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.กล้ามเนื้ออ่อนแรง ขณะตั้งครรภ์ เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่  
2.ปวดท้องขณะตั้งครรภ์ รีบเช็คด่วน อันตรายหรือไม่