ท้องนอกมดลูก 2 รอบติด เรื่องแชร์จากประสบการณ์จริง

0
1704
- Advertisement -

การ ท้องนอกมดลูก เป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะนั่นหมายความว่าคุณแม่จะต้องยุติการตั้งครรภ์ในทันที ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากทีเดียวทั้งนี้เชื่อว่าคงมีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ต้องเจอกับปัญหาท้องนอกมดลูก เหมือนกับคุณแม่ท่านนี้ ที่ต้องเผชิญกับการตั้งครรภ์นอกมดลูกถึง 2 รอบติด

ท้องนอกมดลูก

โดยเรื่องราวของคุณแม่ท่านนี้จะเป็นอย่างไร ลองมาอ่านกันดูค่ะ

คุณแม่ถึงกับท้อ เมื่อ ท้องนอกมดลูก 2 รอบติด

สวัสดีค่ะ เราเป็นสมาชิกใหม่ของพันทิป  เข้ามาอ่านประจำแต่ไม่เคยเป็นสมาชิก  วันนี้อยากเล่าประสบการณ์ตัวเองที่อาจจะเป็นกำลังใจสำหรับคนที่อยากมีลูก หรือต้องเจ็บตัวเพราะการตั้งท้อง  รวมถึงนำเอาอาการที่เราเคยเป็นไปสังเกตตัวเองดูนะคะ  หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้หญิงหลายๆคนนะคะ

//แท้งลูก 2556// (ท้องครั้งที่1)

– อาการ – ท้องได้ 11 สัปดาห์ มีเลือดออกเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อย ไม่ปวดท้อง อาการแพ้ท้องยังคงมีอยู่พบหมอครั้งแรกที่ ร.พ. เอกชนแห่งหนึ่งที่หาดใหญ่ (ตอนนั้นทำงานที่สงขลา) คุณหมอซาวด์ดูพบว่าน้องไม่มีสัญญาณชีพแล้ว  หมอจึงสั่งขูดมดลูกทันที (ตรงนี้อยากเตือนไว้เป็นอุทาหรว่า คุณควรหา second opinion เพราะอาจมีวิธีที่ไม่ต้องขูดมดลูก อย่าเชื่อหมอแค่คนเดียว) การขูดมดลูกครั้งนี้ใช้ยาสลบ  นอนโรงพยาบาล 2 คืน  สภาพจิตใจย่ำแย่มาก เสียใจมาก หลังจากออก ร.พ.แล้วก็เดินทางกลับบ้านเกิดที่โคราชเพื่อพักฟื้นร่างกาย

– พบหมอครั้งที่ 2 ที่ ร.พ. เอกชนแห่งหนึ่งที่โคราช เนื่องจากมีอาการเลือดออกกระปริบกระปรอยและปวดท้องร่วมด้วย หมอซาวด์แล้วพบว่า “ขูดมดลูกไม่หมด” ต้องรักษาด้วยการขูดมดลูกครั้งที่ 2 โดยขูดสด  เรียกได้ว่าเจ็บที่สุดในชีวิต  ครั้งนี้ไม่ต้องนอน ร.พ.  แต่ระบมอยู่หลายวัน

+++ถ้าใครเป็นแบบนี้  อย่าลืมหาหมอที่อื่นร่วมด้วย อาจมีวิธีการรักษาที่ไม่ต้องเจ็บตัว  มดลูกไม่บอบช้ำ+++

- Advertisement -

//ท้องนอกมดลูกครั้งแรก 2557// (ท้องครั้งที่2)

อาการ – ตรวจพบว่าท้อง (2 ขีด) แต่ประจำเดือนมา รอให้ประจำเดือนหมดจึงตรวจซ้ำ ก็ยังคงพบ 2 ขีดอยู่

– พบหมอครั้งแรกอายุครรภ์ประมาณ 5 สัปดาห์ (คลินิกแถวๆสัตหีบ) คุณหมอซาวด์ผ่านหน้าท้อง ไม่พบถุงการตั้งครรภ์ หมอว่ายังเล็กมากยังไม่เห็นและไม่มีเครื่องมือซาวด์ผ่านช่องคลอด

– พบหมอครั้งที่ 2 ที่ ร.พ. แถวๆถ.บางนาตราด เช็คค่าฮอร์โมน b-HCG 2ครั้งห่างกัน 48 ช.ม.แล้วนำค่ามาเปรียบเทียบกัน พบว่าไม่ปกติคือค่าฮอร์โมนขยับขึ้นไม่ถึง 66% ซาวด์ยังไม่เจอลูก แต่หมอวินิจฉัยว่าน่าจะท้องนอกมดลูก “ต้องผ่าดู” แต่ไม่แน่ใจใครจะกล้า “ผ่าดู” ละคะ เปลี่ยน ร.พ. ด่วนๆ

– พบหมอครั้งที่ 3 ร.พ. ราฯ ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ คือต้องตรวจค่า b-HCG 2 ครั้งห่างกัน 48 ช.ม. ปรากฎว่าเหมือนเดิม ขึ้นไม่ปกติ หมอพยายามซาวด์ พบว่ามีน้ำในช่องท้องฝั่งขวา และเจอก้อนอยู่ที่ปลายท่อนำไข่ น้ำที่เห็นในช่องท้องวิเคราะห์ดูแล้วคือ “เลือด” หมอสรุปชัดเจนว่า ท้องนอกมดลูกซึ่งไปฝังตัวอยู่ที่ปลายท่อนำไข่ฝั่งขวาและเริ่มปริแตกแล้ว ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน เพื่อที่จะเอาท่อนำไข่ฝั่งขวาที่เค้าไปฝังตัวอยู่ออก ไปหาหมอเช้า-ผ่าบ่ายกันเลยทีเดียว หมอเลือกใช้วิธีผ่าส่องกล้อง แผลเล็ก หายเร็ว เสียเลือดน้อยมาก นอน 1 คืน เช้ามากลับบ้านได้ เดินได้ปกติ แต่ต้องพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ สภาพจิตใจแย่กว่าครั้งที่แท้ง แต่ทำใจได้เร็วขึ้นนิดนึง

**ตัวเล็กประมาณเกือบ 10 สัปดาห์ เค้าโตมากแล้วและท่อนำไข่เริ่มปริแตก จึงต้องผ่าออก(รังไข่ยังอยู่) เหลือท่อนำไข่ข้างเดียว**

// สำเร็จ ได้ลูกชาย 2558 // (ท้องครั้งที่ 3)

ท้องนี้  พอทราบว่าท้องก็รีบไปตรวจฮอร์โมน b-HCG เพราะคุณหมอเตือนไว้คราวที่แล้วว่าเราต้องรีบเช็ค  เนื่องจากเคยท้องนอกมดลูกมาก่อน  ปรากฎว่าปกติฮอร์โมนขึ้นดี  ตั้งใจคลอดธรรมชาติแต่พอครบ 40 สัปดาห์หัวเค้าก็ยังไม่ลงมาที่อุ้งเชิงกราน (กลับหัวแล้วนะคะ  แต่ยังลอยสูง)  หมอแจ้งว่าต้องผ่าแล้วเนื่องจากรกเริ่มเสื่อมมีจุดแคลเซี่ยมเกาะที่รกแล้ว  ถ้าทิ้งไว้ลูกอาจจะถ่ายขี้เทาในท้อง  อันตราย   ก็ได้ลูกชายมาเชยชมตอนนี้อายุ 1 ขวบ 1 เดือนเต็ม  เดินได้แล้ว อารมณ์ดี กินเก่ง

// ท้องนอกมดลูกครั้งที่สอง 2559 //(ท้องครั้งที่ 4)

อาการ – ตรวจพบว่าท้องวันที่ 11 พ.ค. มีเลือดออกวันที่ 26 พ.ค.

– พบหมอครั้งแรก ที่ ร.พ.ศิคฯ แถวถนน ศรีนครินทร์ วันที่ 16 พ.ค.และ 18 พ.ค. เพื่อตรวจฮอร์โมน b-HCG เนื่องจากเคยเป็น เราจึงจำเป็นต้องตรวจค่านี้ 48 ช.ม. เพื่อเช็คว่าเค้าฝังตัวปกติหรือไม่ ปรากฎว่า ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น 57% หมอไม่กล้าฟันธงว่าปกติ เพราะไม่ถึง 66% หมอจึงนัดอีกครั้งวันที่ 1 มิ.ย.

– พบหมอครั้งที่ 2 เนื่องจากวันที่ 25 พ.ค. กลางคืนมีเลือดซึมออกมา และเช้าตรู่วันที่ 26 พ.ค. ยังคงออกเยอะอยู่ จึงตัดสินใจไปหาหมอที่ ร.พ. ราฯ เช็คโดยการซาวด์ผ่านช่องคลอดปรากฎว่า “ท้องนอกมดลูก” พบที่ปลายท่อนำไข่ฝั่งซ้าย แต่ยังเล็กมากๆด้วยอายุครรภ์แค่ 6 สัปดาห์ หมอจึงใช้วิธีฉีดยาเคมี เหมือนกับที่เค้ารักษามะเร็ง เพื่อทำให้ตัวอ่อนที่ฝังผิดที่นั่นฝ่อตัวเองโดยไม่ต้องผ่าตัด ตอนที่หมอวิเคราะห์และสอนนักเรียนแพทย์ไปด้วยนั้น ได้ยินว่าข้อจำกัดของการฉีดยาคือ

* ผู้ป่วยต้องไม่เป็นโรคประจำตัวเช่น ตับ ไต ปอด

* ค่า b-HCG ต้องไม่เกิน 1,xxx ( 1,000หรือ 1,500 จำไม่ได้)

* ขนาดของตัวอ่อนต้องไม่เกิน 3-4 cm (ของเรา 2×1 cm)

การรักษา

– 26 พ.ค. ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อตรงสะโพก แอดมิทดูอาการ 1 คืนเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่แพ้ยาหรือ ท่อนำไข่จะไม่ปริแตก (ค่าฮอร์โมน 625)ข27 พ.ค. ออกจากโรงพยาบาล

– ** 28 พ.ค. มีก้อนหลุดออกมา คุณหมอส่งตรวจ (ยังไม่ได้ผลตรวจ)**

– 30 พ.ค. หมอนัดเพื่อตรวจค่าฮอร์โมน (ค่าฮอร์โมนเหลือ 81)

– 2 มิ.ย. หมอนัดเพื่อตรวจค่าฮอร์โมน (ค่าฮอร์โมนเหลือ 21)

** 3 มิ.ย. มีอาการปวดท้องแทบจะเดินไม่ได้ตอนตี 4 ขอให้แฟนพาไปโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาลหายเฉยเลย จึงรอพบหมอ 9 มงเช้า T^T หมออธิบายว่า พอได้รับยาไปแล้วตัวอ่อนฝ่อ ร่างกายจะพยายามขับออก อาการนี้น่าจะเป็นท่อนำไข่บิดตัวเพื่อรีดเอาตัวอ่อนที่ฝ่อแล้วออก เพราะหลังจากหายปวดก็เหมือนอาการปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักนิด **

– หมอนัดครั้งถัดไปวันที่ 9 มิ.ย. เพื่อตามค่าฮอร์โมนให้เหลือ 0 จึงจะจบการรักษา

***ท้องนอกมดลูกนี้ยังคงเก็บท่อนำไข่ข้างซ้ายไว้ได้ เพียงแต่โอกาสที่จะท้องนอกมดลูกในท้องหน้ามันสูงมาก เท่านั้นเอง T^T***

++++ยาวหน่อยแต่ขอให้ประสบการณ์ครั้งนี้กับผู้หญิงทุกคน เพื่อสังเกตตัวเอง ขออย่าให้ใครเป็นเหมือนเราเลยค่ะ ขอยกกุศลครั้งนี้ให้ลูก(ที่ฝังตัวผิดที่)ของแม่ ถ้าเรามีบุญสัมพันธ์กันก็ขอให้เราได้พบกันอีกนะลูกรัก++++

ไม่มีคุณแม่ท่านไหนอยากที่จะท้องนอกมดลูกหรอกจริงไหม ดังนั้นก่อนตั้งครรภ์ ควรเตรียมสุขภาพให้พร้อมกันด้วยนะคะ และที่สำคัญให้รีบฝากครรภ์ทันทีเมื่อรู้ว่าท้อง เพื่อดูแลสุขภาพครรภ์ของคุณแม่ให้ดีที่สุด และลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์นั่นเอง

ขอบคุณเจ้าของเรื่อง : สมาชิกหมายเลข 3219537 จาก Pantip

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com รือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY