ปล่อยลูกร้องไห้ เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลอะไรกับลูกบ้าง

5444
- Advertisement -

ปล่อยลูกร้องไห้ เป็นระยะเวลานาน … พฤติกรรมของเด็กทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือน อาจมีความซับซ้อนจนคุณแม่มือใหม่หลายท่านเกิดความกังวล หรือมีความเชื่อความเข้าใจแบบผิด ๆ

ปล่อยลูกร้องไห้

โดยเฉพาะพฤติกรรมการร้องไห้ของเด็กเล็ก ที่ว่า การร้องไห้เป็นเวลานานจะทำให้ปอดใหญ่ ถ้าคุณแม่ปล่อยให้ลูกร้องไห้เป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ปอดแข็งแรง และมีร่างกายที่สมูบรูณ์แข็งแรงสามารต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้ แต่คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การปล่อยให้ลูกร้องไห้เป็นเวลานาน ๆ อาจมีผลกระทบที่ไม่ดีต่อพัฒนาการของลูกได้

ทั้งนี้ เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับการร้องไห้ของลูกมาให้คุณแม่ได้ทราบกันว่า การร้องไห้เป็นเวลานานมีผลอย่างไรต่อสุขภาพของลูกรักบ้าง มาค้นหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ

ปล่อยลูกร้องไห้ เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลอะไรกับลูกบ้าง

การร้องไห้กับพฤติกรรมของเด็ก

เด็กแรกเกิดโดยทั่วไป คุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกร้องไห้บ่อย แต่ละครั้งใช้เวลานานหลายนาที จนอดสงสัยไม่ได้ว่าการร้องไห้เป็นเวลานาน ๆ ของลูกนั้นจะมีผลอะไรหรือไม่ และต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ลูกร้องไห้เป็นเวลานาน ก่อนอื่นคุณแม่จะต้องทราบก่อนว่า พฤติกรรมของเด็กทารกนั้นเป็นอย่างไร สาเหตุของการร้องไห้งอแงเพราะเหตุใด เนื่องจากพฤติกรรมของเด็กทารกที่พบว่าชอบร้องไห้ปล่อย ๆ การร้องไห้ในแต่ละครั้งใช้เวลานานหลายนาที หรืออาจจะเป็นชั่วโมงก็มีค่ะ

สาเหตุหลักที่ทำให้เด็กทารกร้องไห้โดยทั่วไปมีดังนี้ค่ะ

  1. เมื่อลูกรู้สึกหิว เด็กทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนจะตื่นมากลางดึกแล้วร้องไห้ นั่นเป็นเพราะลูกรู้สึกหิวค่ะ แต่การร้องไห้เป็นเวลานานบางครั้งก็ไม่ได้หมายรวมว่า ลูกหิวนะคะ คุณแม่จะต้องสังเกตถึงอาการอื่นๆ เช่น ลูกถ่ายหรือไม่ ลูกมีอาการปวดเมื้อยบริเวณใด หรือลูกไม่สบายตัว แล้วไม่รู้จะสื่อสารให้คุณแม่ทราบได้อย่างไร จึงทำได้เพียงแค่ร้องไห้เท่าอนั้น
  2. ร้องไห้เพราะเหนื่อย หรือถูกกระตุ้นมากเกินไป เช่น ก่อนจะเข้านอนคุณแม่เล่นกับลูกน้อยนาน ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ตื่นตัวอยู่เสมอ จนลูกเหนื่อย เมื่อยตามตัวจนไม่สามารถนอนหลับได้ จึงทำได้เพียงร้องไห้ให้คุณแม่เข้าไปดูแล เอาใจใส่
  3. เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น เมื่อคุณแม่เคลื่อนไหวร่างกายของลูกเร็วเกินไป การเปลี่ยนเสื้อผ้าในช่วงอากาศเย็น การให้ลูกอาบน้ำที่มีอุณหภูมิสูง และการอุ้มผิดจากท่าปกติ หรือให้ผู้ดูแลอุ้มแทน การกระทำเหล่านี้ส่งผลให้เด็กเกิดอาการกลัว และร้องไห้ออกมาไม่หยุดได้เช่นกันค่ะ

ระยะเวลาในการร้องไห้ของเด็กโดยทั่วไป

- Advertisement -

ช่วง 3 สัปดาห์แรกหลังจากลูกน้อยได้สัมผัสกับโลกกว้าง ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ลูกจะร้องไห้มากที่สุดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 – 6 สัปดาห์ ลูกก็ยังคงร้องไห้ต่อเนื่องและอาจเพิ่มความรุนแรงขึ้น แต่เมื่อลูกอายุได้ 3 เดือน การร้องไห้ก็จะค่อย ๆ ลดลงไป ซึ่งเด็กวัยนี้จะร้องไห้เพื่อแสดงความรู้สึกให้คุณแม่ได้รับรู้ โดยเฉพาะเด็กที่ยังพูดไม่ได้ การร้องไห้ของพวกเขาอาจหมายถึงคำว่า “ไม่” เพื่อให้คุณแม่หยุดการกระทำบางอย่างที่กำลังทำอยู่ในขณะนั้น เช่น คุณแม่ต้องการให้อาบน้ำ แต่ลูกร้องไห้ พวกเขาอาจต้องการให้คุณแม่ทราบว่า หนาวไม่อยากอาบ ต้องการให้คุณแม่อุ้มไว้ เป็นต้น

แต่สำหรับเด็กที่มีอายุมากว่า 6 เดือนไปแล้ว ยังพบว่ามีการร้องไห้หนัก ๆ อยู่ โดยไม่ทราบสาเหตุ คุณแม่อาจจะต้องไปพบแพทย์และขอคำปรึกษา เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขอย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไปค่ะ

การร้องไห้เป็นเวลานานมีผลกับสมองอย่างไร

ช่วงระยะเวลาที่สำคัญในการพัฒนาสมองของลูก ก็คือช่วงแรกเกิดถึง 5 ขวบ สมองของเด็กวัยแรกเกิดจะทำการเชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งพัฒนาการของสมองที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของคุณแม่เป็นหลัก ช่วงเวลานี้เองที่สมองของลูกจะได้รับอิทธิพลจากการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมโดยรอบ และจากประสบการณ์ทางด้านอารมณ์ของคุณแม่โดยตรง สมองสามารถกำหนดอารมณ์ด้านต่าง ๆ ของลูกออกมาในเบื้องต้นได้ ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของคุณแม่อยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเลี้ยงด้วยรูปแบบใดก็ตาม คุณแม่เคยสังเกตบ้างไหมค่ะ ช่วงเวลาที่ลูกร้องไห้ ลูกจะแสดงอารณ์และสีหน้าที่ต่างกันออกไป จากการร้องไห้นี้สามารถทำให้คุณแม่ทราบถึงความต้องการของลูกในทันที

ผลกระทบที่เกิดจากการร้องไห้ของเด็กนั้น ไม่มีผลอะไรต่อสมองค่ะ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ๆ เกิดจากการที่คุณแม่ปล่อยให้ลูกร้องไห้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่มีการปลอบการอุ้มจากคุณแม่ หรือคนในครอบครัวเลย โดยปล่อยให้ลูกร้องไห้ไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งลูกเหนื่อยแล้วหลับไปเอง การกระทำเช่นนี้ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของลูกมากค่ะ เพราะการปล่อยให้ลูกร้องไห้เป็นเวลานาน จะทำให้ลูกเกิดภาวะความเครียดอย่างรุนแรง ส่งผลต่อการพัฒนาต่าง ๆ เนื่องจากเมื่อเด็กเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งสารเคมีความเครียดออกมาจากสมอง ซึ่งมีผลในระยะยาวต่อสภาวะจิตใจ และการเรียนรู้ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ช้าลงได้ค่ะ ทั้งนี้การที่คุณแม่บางท่านปล่อยให้ลูกร้องไห้นานอาจจะเกิดจากความเชื่อแบบผิด ๆ บางอย่างก็ได้เช่นกัน ซึ่งคุณแม่ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้ดูค่ะ

ความเชื่อแบบผิด ๆ เกี่ยวกับการร้องไห้ของลูกน้อย

คนสมัยก่อน อาจมีความเชื่อที่ผิด ๆ หลายอย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูลูก ซึ่งหนึ่งในความเชื่อที่ว่า “การปล่อยให้เด็กร้องไห้เป็นการบริหารปอด ซึ่งอันที่จริงการร้องไห้เป็นเวลานานมีผลต่อสมองและพัฒนาการของเด็กมาก ๆ ค่ะ เพราะการปล่อยให้ร้องไห้เป็นเวลานาน สมองของเด็กจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด “คอร์ติโซล (Cortisol)” ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งสารอะดีนารีนออกมา เมื่อร้องไห้นาน ๆ สารตัวนี้จะออกมาในปริมาณที่มาก ซึ่งสารดังกล่าวเป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายเซลล์ประสาท และขัดขวางพัฒนาการของสมอง ส่งผลให้สมองของลูกมีพัฒนาการช้า ไม่สมบูรณ์สมวัยนั่นเองค่ะ

ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกร้องไห้ต่อเนื่องเป็นเวลานานนะคะ เพราะอาจทำร้ายลูกในระยะยาวได้ พัฒนาการทางสมองเป็นเรื่องสำคัญ ที่ลูกจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับพัฒนาการด้านต่างๆ ที่ดีสมวัย เมื่อพวกเขาเติบโตก็จะสามารถใช้ความสามารถที่ตนมีได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณรักลูกก็อย่างปล่อยให้พวกเขาร้องไห้นานนะคะ ลองเสียสละเวลาอุ้มบ้าง พูดคุยกับเขาบ้าง การทำเช่นนี้จะช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้ และยอมทำตามที่คุณแม่ต้องการโดยง่ายค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจาก : livescience

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY