แชร์ประสบการณ์ ผ่าพังผืดติดลำไส้ ขณะตั้งครรภ์ เพราะเกิดการอุดตันจนขับถ่ายไม่ได้

223
- Advertisement -

คุณแม่ท่านไหนเคยมีปัญหาพังผืดติดลำไส้ขณะตั้งครรภ์ไหม วันนี้เรามีเรื่องราวแชร์ประสบการณ์จริง จากคุณแม่ท่านหนึ่งที่ต้อง ผ่าพังผืดติดลำไส้ ตอนท้อง เพราะพังผืดทำให้ลำไส้เกิดการอุดตันจนไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ โดยเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องไปดูกันเลย

เล่าประสบการณ์ตรง ผ่าพังผืดติดลำไส้ ขณะตั้งครรภ์

วันนี้ขอมาเล่ามาแชร์ประสบการณ์ ผ่าผังผืดติดลำไส้ ทำให้อุดตันขับถ่ายไม่ได้ ขณะตั้งครรภ์ค่ะ

–>คิดอยู่นานเหมือนกันคะว่าจะเล่าไหมแต่ก็ตัดสินใจเล่า ยาวหน่อยนะคะ <–

เริ่มจากเราและแฟนย้ายที่ทำงานจากบ้านเกิด ไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่ ไปตั้งต้นชีวิตกัน 2 คน กะว่าจะเก็บตังเพื่อสร้างอนาคตกัน แต่พอไปได้ไม่นานเราก็รู้ตัวว่าท้องประมาณเดือน มิถุนายน 61 ตอนนั้นท้องอ่อนๆได้ประมาณ 6-7 สัปดาห์

–> พอจะเข้าสัปดาห์ที่ 10 เรามีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง คล้ายอาหารเป็นพิษ ไปหาหมอที่ รพ.รัฐใกล้บ้าน แห่งหนึ่ง หมอได้ทำการตรวจละเอียดกลัวเราจะมีภาวะแท้ง แต่ก็ไม่ใช่ เกิดจากลำไส้เราบิดเกร็ง หมอฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ แต่ก็ไม่มีท่าทีจะดีขึ้น จนเราขอกลับมาพักฟื้นบ้าน ได้ยามากิน วันนั้น ขณะ เดินทางกลับบ้านเราอ้วกแตกระหว่างทาง อ้วกเยอะมากๆ หมดไส้หมดพุง เรารู้สึกดีขึ้นและอาการปวดท้องก็หายไป

ต่อมาอีกไม่นานผ่านมาแค่ 4 เดือนได้

–> วันที่ 4 ตุลาคม 61 เราเริ่มปวดท้องอย่างรุนแรง อาการเดิมเลยแต่แค่ทวีความรุนแรงขึ้น อ้วกจนไม่มีอะไรจะอ้วก อ้วกออกมามีแต่น้ำย้อยสีเขียว รีบไป รพ.เช่นเดิม หมอก็ทำการรักษาให้แบบเดิมตามประวัติ เช็คครรภ์ก็ไม่มีปัญหาอะไร เกิดจากลำไส้ของแม่เหมือนเดิม รอบนี้ทรมานมากกว่าเดิมเป็น 100 เท่าคะ หมอฉีดยาให้อาการปวดท้องก็ไม่หาย ไม่เบาลงเลยด้วยซ้ำ เรานอนบนเตียงเข็นย้ายที่ห้องฉุกเฉินอยู่ตั้งแต่ 2ทุ่มวันที่ 4 จนบ่าย 4 โมงเย็นของวันที่ 5 ตุลาคม 61 โดยที่หมอและพยาบาลไม่ได้สนใจอะไรเลย ในรอบนี้เราสลบไปหลายรอบมาก ตื่นมายังอยู่ที่เดิมจนแฟนเราทนไม่ไหว พาเรากลับบ้านย้ายไป รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด หมอทำการตรวจอาการเบื้องต้นและรีบส่งเอ็กซเรย์ (ปล.อายุครรภ์ตอนนั้นสามารถเอ็กซเรย์ได้ด้วยรังสีที่อยู่ในระดับปลอดภัยแต่อาจจะไม่ได้บอกอาการหนักและสาเหตุของอาการปวดได้ชัดเจนแต่ก็สามารถทำให้หมอวินิจฉัยโรคได้)

**สรุปผลเอ็กซเรย์ออกมาคือ ลำไส้เข้าไปติดกับผังผืดทำให้ลำไส้บวมบิดอาหารไม่สามารถผ่านไปได้และเกิดการอุดตันไม่สามารถขับถ่ายของเสียได้ พูดง่ายๆคือทำให้ไม่ตด ไม่ขี้ เลยคะ**

หมอทำการรักษาอาการโดยการประคอง งดข้าว งดน้ำ สอดสายยางลงทางจมูกผ่านลำคอหลอดอาหารไปถึงกระเพาะ เพื่อดูดอาหารที่ค้างอยู่และน้ำย่อยที่ผ่านลงไปไม่ได้ออกมาทางสายยาง ถ้าได้ผลสำเร็จ ลำไส้จะค่อยๆคลายตัวและขับถ่ายได้ แต่สุดท้ายโชคไม่เข้าข้างตัวแม่เลยคะ ผ่านไป 1 วันเต็ม ท้องแม่เริ่มบวมแข็ง อาการปวดรุนแรงขึ้น หมอตรวจอาการอีกรอบแล้วแจ้งว่าต้องผ่าตัดด่วน #ถ้าไม่ผ่าลำไส้อาจจะเน่าหรือแตกได้

- Advertisement -

ตอนนั้นเหมือนฟ้าผ่าเลยคะ เพราะหมอแจ้งว่าระหว่างผ่าตัดหมอจะระวังให้มากที่สุดแต่ถ้าจำเป็นจริงๆเราคงต้องเอาแม่ไว้ก่อน ส่วนลูกนั่น 50:50% เราและแฟนเป็นห่วงลูกมากกว่าตัวเอง เพราะเค้ายังอยู่ในท้องเราแล้วเราต้องมาผ่าท้องลำไส้อีก ใจแทบสลาย ไม่อยากผ่าเลย แถมค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะแม่ไม่ได้ทำประกันไว้

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมผ่า และผ่านได้ด้วยดีไม่มีผลแต่เด็กในครรภ์ แม่รู้โล่งใจเลยคะ จากนั้นก็พักฟื้นอยู่ที่ รพ.ประมาณ 10วัน เริ่มตดได้ ถ่ายได้ แผลผ่าตัดแห้งดี หมอเลยให้กลับบ้านได้

–> แต่ไม่วายคะ กลับถึงบ้านได้แค่ 1 ชั่วโมง แผลผ่าตัดมีน้ำหนองและเลือดไหลออกมาจำนวนมาก เราตกใจรีบบอกแฟนและเดินทางกลับไป รพ.อีกรอบ พอหมอทำการตรวจแผลพบติดเชื้อ ต้องแยกแผลทำการล้างทำความสะอาด ตอนนั้นความรู้สึกคือ จะอะไรกันนักหนา ความเจ็บปวดนี้จะไม่สิ้นสุดเลยหรือไง จากนั้นก็ต้องเทียวล้างแผลที่ รพ. ทุกวันเป็นเดือนค่ะ

*** แต่ยังไม่จบแค่นี้ค่ะ ***

–> เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 61 เราเริ่มปวดท้องอีกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำถ่ายหนักมา ความปวดเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แฟนเราจึงรีบพาไปหาหมออีกรอบ แต่รอบนี้เราถ่ายได้ ตดได้ อ้วกด้วย หมอให้แอดมิดดูอาการและประคองอาการโดยใสสายยางทางจมูกลงกระเพาะเช่นเดิม ผ่านไปประมาณ 5 วันอาการเราค่อยๆดีขึ้น หมอเลยให้ลองทานอาหารอ่อนๆ เป็นน้ำข้าวต้ม พอเราทานเข้าไป ท้องอืด ไม่เลอ ไม่ตด อึดอัดมาก แถมลำไส้มีเสียงดังคล้ายน้ำเดือดที่เราต้มร้อนๆ หรือคล้ายๆเสียงเทน้ำเต็มๆขวดลงในท่อ หมอมาตรวจอาการแล้วแจ้งว่า รักษาด้วยการประคองไม่สำเร็จ ลำไส้อุดตันอีกแล้ว ต้องผ่ารอบ 2 รอบนี้ลูกเราเริ่มโตขึ้นมากแล้ว ได้ประมาณ 26 สัปดาห์ ซึ่งยังอยู่ก้ำกึ่งว่าจะปลอดภัยหรือไม่ ถ้าผ่ารอบนี้ต้องทำการผ่าคลอดลูกออกมาด้วย และแน่นอนว่าลูกจะต้องได้อบเพราะคลอดก่อนกำหนด มีหลายอย่างที่ต้องกังวล เราใจจะขาดบอกแฟนว่าถ้ารอบนี้เราไม่รอดขอให้เขานำลูกออกมาเลี้ยงดูเขาให้ดีนะ เราสั่งเสียทุกอย่าง เพราะรู้สึกทรมานมากเหมือนจะไม่รอดเลย

–> บ่ายวันที่ 24 ธันวาคม 61 เราขอหมอกลับมารักษาที่อุดรบ้านเกิด ถ้าจะผ่าขอกลับไปผ่าที่นั้น เพราะอยู่ที่เชียงใหม่มีกันแค่ 2 คนกับแฟน เราสงสารแฟนที่ต้องวิ่งไปทำงานและรีบวิ่งกลับมาดูแลเรา

สรุปแล้วหมออนุญาตให้กลับบ้านไปผ่าที่ รพ.อุดรได้ แต่ต้องกลับ ณ วันนั้นทันที หมอจะช่วยประคองอาการโดยฉีดยาแก้ปวดให้ เราและออกใบรับรองแพทย์ให้เรากับแฟนรีบติดต่อทางบ้านให้ ติดต่อ รพ.ไว้ และจองตั๋วกลับอุดรทันที ประมาณ 3 ทุ่มของวันนั้นเราถึงอุดรโดยปลอดภัย (1 ชั่วโมงกว่าๆบนเครื่องเราลุ้นมากกลัวอ้วกแตกกลัวปวดกะทันหัน) แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ลงเครื่องปุ๊บก็ตรงไปที่ รพ.ต่อเลย มีเอกสารส่งตัวมากมายให้หมอเพื่อจะผ่าตัด แต่หมอที่ รพ.อุดร แจ้งว่าจะผ่าเลยไม่ได้ หมอขอดูอาการและประคองดูก่อน เช่นเดิมค่ะ ใส่สายยางทางจมูกแบบเดิม แต่รอบนี้เราดีขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 3 เราเริ่มตด เริ่มถ่ายได้ และกินได้ ไม่อืดและปวดท้อง สรุปได้ออกจาก รพ.โดยไม่ได้ผ่าตัดและได้ไปฉลองปีใหม่ที่บ้านไม่ใช่ที่ รพ.อย่างที่คาดไว้ 😊😊

–> แต่ไม่วายคะ วันที่ 18 มกราคม 62 เราต้องไปแอดมิด รพ.อีกรอบ เพราะอยู่ดีๆอาการปวดท้องก็กำเริบขึ้น รอบนี้เรากระดุกกระดิกตัวไม่ได้เลย พลิกตัวยังไม่ได้เพราะปวดมาก (ในใจคิดว่าคงต้องได้ผ่าแน่ๆเลยรอบนี้ ) สรุปหมอทำการรักษาแบบเดิมคะ เพราะเราท้องแก่แล้วการผ่ายิ่งยากไปกว่าเดิม ให้ยาก็ได้ไม่มาก มีภาวะน้ำตาลต่ำ แต่ยังดีที่ลูกดิ้นดีและแข็งแรงอยู่ รอบนี้นอน รพ.อีก 6 วันคะ ไม่ได้ผ่า #แต่ต้องระวังอาหารการกิน ห้ามกินผลไม้ หรือผัก ที่มีเส้นใยกากอาหารเยอะ ห้ามกินอาหารที่ชิ้นใหญ่ๆเคี้ยวยากๆ ทานได้แค่ข้าวต้ม โจ๊กหรือข้าวสาวสีขาวเท่านั้น ❌ข้าวสีห้ามเลยเด็ดขาด❌

***สรุปแล้วอะไรที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่ที่ตั้งท้องและลูกในครรภ์เรากินไม่ได้เลยคะ ความทรมานอีกอย่างคือ ความหิวความอยากของคนท้องที่เราต้องเจอนั้น เราต้องอดค่ะ ทรมานมาก เดินนานไม่ได้ นั่งนานไม่ได้ ต้องพักทุกอย่างจนกว่าจะคลอด

***ปล.1 เจตนาที่จะมาเล่าให้ทุกคนรู้คือ การทานอาหารของคุณแม่ตั้งครรภ์ เพราะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะติดเชื้อต่างๆง่ายกว่าคนปกติ ควรระวังการกินให้มากๆนะคะ ตามใจปากแบบเราเองมากไปก็เกิดผลเสียระยะยาวแบบนี้ แถมเป็นอันตรายต่อลูกด้วยและควรตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์คะ อันนี้สำคัญมาก***

ปล.2 สาเหตุที่เกิดผังผืดนั้น เนื่องจากแม่เคยผ่าตัดไส้ติ่งแตกเมื่อ 4 ปีที่แล้วคะ

ปล.3 ตอนนี้ลุ้นมาก ว่าลูกจะคลอดออกมาสมบูรณ์ไหม เพราะช่วงเดือนตุลาคม 61 ที่เราต้องผ่าท้องนั้น หมอให้ยาเราเยอะมาก หลายตัวมีทั้ง มอฟีนด้วยคะ แถมยังงดข้าว งดน้ำ ทุกรอบที่เข้าแอดมิดที่ รพ. น้ำหนักแม่ก็ลงฮวบๆเลยคะ และเดือนมีนาคม นี้ก็จะถึงกำหนดคลอด เรากังวลมาก กลัวว่าลูกจะไม่สมบูรณ์😭แต่คุณหมอสูติก็บอกว่าลูกเราแข็งแรงดี แต่ก็อดกังวลไม่ได้จริงๆคะ ล่าสุดที่กำลังนอนพิมพ์อยู่นี้ก็พึ่งออกจาก รพ.มาเมื่อวานคะ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ❤️

และนี่ก็คือเรื่องราวแชร์ประสบการณ์ของคุณแม่ท่านนี้ แล้วคุณแม่ท่านอื่นๆ ล่ะคะ มีเรื่องราวประสบการณ์มาแชร์กันบ้างไหมเอ่ย

ขอบคุณเจ้าของเรื่อง : FB. Nantita Mhk

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.แชร์ประสบการณ์เป็น ธาลัสซีเมียขณะตั้งครรภ์ สุดท้ายต้องยุติการท้อง
2.เล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์ท้องลม เตือนแม่ๆ มีอาการแบบนี้ควรหาหมอทันที

LEAVE A REPLY