เมื่อตั้งครรภ์ท่ามกลาง ฝุ่น PM2.5 จะทำอย่างไรให้ลูกในครรภ์ปลอดภัย

502
- Advertisement -

ในยุคที่ทันสมัย เทคโนโลยีก้าวไกล และเต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย แม้จะเต็มไปด้วยความสะดวกสบายแต่ก็มีอันตรายแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว หนึ่งในนั้นก็คือ ฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์เราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์

ฝุ่น PM2.5

เพราะฝุ่นที่มีขนาดเล็กจิ๋วนี้ สามารถผ่านเข้าไปยังรก และไปก่อกวนระบบเลือดของลูกน้อยในครรภ์จนเป็นอันตรายได้ ดังนั้นเรามาดูแลตัวเองให้ลูกน้อยปลอดภัยจากฝุ่นตัวร้ายกันดีกว่า

ฝุ่น PM2.5 อันตรายต่อคนท้องมากแค่ไหน

โดยปกติแล้ว ระบบทางเดินหายใจของคนเราจะมีการดักจับเอาสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ระบบทางเดินหายใจ แล้วกรองเอาออกไปจากร่างกาย แต่ฝุ่นชนิดนี้มีความพิเศษมากกว่าฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมชนิดอื่น นั่นคือมันมีขนาดที่เล็กมาก จนสามารถผ่านเข้าไปในร่างกายได้อย่างง่ายดาย และยังผ่านไปยังรกที่เชื่อมไปยังทารก จนเข้าไปทำลายระบบเลือดของลูกน้อยในครรภ์ เป็นผลให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรง เช่น

  1. ทารกเกิดภาวะหัวใจรั่วตั้งแต่กำเนิด
  2. มีความผิดปกติของระบบประสาท
  3. สมองถูกทำลาย อาจเป็นโรคเอ๋อ หรือปัญญาอ่อนได้
  4. พัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป
  5. เสี่ยงต่ออาการออทิสติค
  6. ทารกในครรภ์ตัวเล็กและเติบโตช้ามาก

จะเห็นได้ว่าฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วนี้ มีอานุภาพในการทำลายที่ร้ายกาจมาก แล้วคุณแม่จะปล่อยให้เจ้าฝุ่นวายร้ายนี้ เข้าไปทำร้ายลูกน้อยของคุณอย่างงั้นหรือ

ทำไมฝุ่นชนิดนี้ จึงเข้าสู่ร่างกายของเราได้

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าในโพรงจมูกที่เป็นระบบทางเดินหายใจของคนเรา จะมีขนจมูก มีกลีบมีครีบที่ซับซ้อนมากมาย อีกทั้งผนังของจมูกก็ยังมีความแฉะ โดยสิ่งเหล่านี้จะทำงานสัมพันธ์กันเพื่อดักจับและกรองเอาสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้ามา ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ รวมถึงฝุ่นผงด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่า แล้วฝุ่นชนิดนี้จะเข้าไปในร่างกายของเราได้อย่างไร ในเมื่อมีระบบการกรองอย่างดีตามธรรมชาติ

ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า ฝุ่น PM2.5 นี้ เป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เล็กเกินกว่าที่ระบบทางเดินหายใจจะสามารถดักจับเอาไว้ได้ มันจึงลอดผ่านเข้าไปสู่ร่างกายของเราได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหากมีปริมาณน้อยก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่กลับมีปริมาณเยอะมากนี่สิ และยังถูกสะสมไปเรื่อยๆ จากการสูดดมอากาศทุกวัน ทำให้มีฝุ่นชนิดนี้อยู่ในร่างกายมากจนน่าตกใจ และมันพร้อมที่จะทำลายระบบต่างๆ ในร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

โดยจริงๆ แล้ว ฝุ่นชนิดนี้ก็มีมานานแล้ว แต่อยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไป และยังไม่ส่งผลต่อสุขภาพมากนัก จนเมื่อปี พ.ศ.2562 ปริมาณของฝุ่นในอากาศเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จนเป็นพิษต่อร่างกาย เพียงสูดดมเข้าไปนิดเดียว ก็ทำลายระบบภูมิคุ้มกันทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ ดังนั้นจึงต้องดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัย

- Advertisement -

ด้วยปริมาณฝุ่นที่เยอะมาก ทำให้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ไม่สามารถหนีพ้นเจ้าฝุ่นวายร้ายนี้ได้ แต่ก็สามารถดูแลตนเองให้ได้รับฝุ่นพิษชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายน้อยที่สุดได้ โดยมีคำแนะนำดังนี้

1.ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

การติดตามข่าวสาร จะทำให้เราทราบว่าขณะนี้ฝุ่นมีปริมาณเยอะเท่าไหร่ เป็นพิษมากแค่ไหน และบริเวณไหนที่มีฝุ่นเยอะไม่ควรเข้าไปอย่างเด็ดขาด ซึ่งเราก็ขอแนะนำให้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น AirVisual หรือ Air4Thai เอาไว้ เพราะจะช่วยตรวจเช็คได้ว่าบริเวณที่คุณอยู่มีฝุ่นอยู่ในระดับใด จะได้ป้องกันได้ทันนั่นเอง

2.สวมใส่หน้ากากกันฝุ่น

การสวมใส่หน้ากากกันฝุ่น จะช่วยลดความเสี่ยงจากฝุ่นวายร้ายได้ดีที่สุด เพราะจะช่วยกันไม่ให้เราสูดดมฝุ่นเข้าไปในร่างกายมากเกินไป แต่ก็ต้องเลือกหน้ากากกันฝุ่นที่มีคุณภาพดี และมีความสะอาดได้มาตรฐานด้วย

3.ติดตั้งเครื่องกรองอากาศในบ้าน

การติดตั้งเครื่องกรองอากาศในบ้าน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดฝุ่นบริเวณบ้านได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณและบุคคลในบ้านได้อีกระดับหนึ่ง

4.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด

สำหรับวันไหนที่ฝุ่นเยอะมาก ควรปิดประตูหน้าต่างไปเลยจะดีที่สุดิ เพื่อลดปริมาณฝุ่นให้เข้ามาในบ้านน้อยที่สุด

ปัญหาฝุ่นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะมีความอันตรายต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์เป็นอย่างมาก ดังนั้นควรระมัดระวังและดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

ขอบคุณข้อมูล : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY