มดลูกอักเสบหลังคลอด ภาวะอันตรายที่คุณแม่ต้องระวัง

427
- Advertisement -

มดลูกอักเสบหลังคลอด ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลังคลอด ทั้งการคลอดผ่านทางช่องคลอดและผ่าคลอด

เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร และส่งผลให้เกิดอันตรายขนาดไหน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน

สาเหตุของ มดลูกอักเสบหลังคลอด

หลังคลอดลูก รกและเศษเซลล์ของเนื้อตายจากเยื่อบุโพรงมดลูก จะค่อยๆลอกหลุดออกมา ซึ่งถ้าเกิดเนื้อตายเหล่านี้ยังคงค้างอยู่ภายในมดลูก และเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการทำคลอด โดยผ่านมาช่องคลอด ทางเดินปัสสาวะ หรือทวารหนัก  จนลุกลามไปยังชั้นกล้ามเนื้อมดลูก และท้ายที่สุด ก็จะทำให้มดลูกเกิดอาการอักเสบ ซึ่งการติดเชื้อนี้จะเกิดภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังคลอด ไปจนถึง 2-3 วันหลังคลอดได้

อาการของมดลูกอักเสบ

อาการเหล่านี้จะบ่งบอกว่า คุณแม่กำลังมีภาวะมดลูกอักเสบ

1.มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ทำให้หนาวสั่น ชีพจรเต้นเร็ว

2.น้ำคาวปลามีกลิ่นรุนแรง แต่ถ้าคุณแม่ติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื้อว่า สเตรปโตคอคคัส อาจทำให้ไม่ทราบว่าเป็นมดลูกอักเสบ เนื่องจากเชื้อตัวนี้ ไม่ทำให้น้ำคาวปลามีกลิ่น และมีปริมาณน้อย 

3.ปวดท้อง ถ้าอยู่ในระยะเชื้อลุกลามแล้ว คุณแม่จะรู้สึกปวดขึ้นทันทีที่บริเวณมดลูก

4.เมื่อเป็นขั้นรุนแรง โดยเศษเนื้อตายหลุดเข้าสู่กระแสเลือด จนเกิดเป็นฟองแก๊สไปอุดตันเส้นเลือดที่ตามบริเวณต่างๆ เช่น ปอดและหัวใจ อาจทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน แต่กรณีนี้พบได้ไม่บ่อยนัก

ปัจจัยเสี่ยงทำมดลูกอักเสบหลังคลอด   

- Advertisement -

1.ก่อนคลอด

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ถุงน้ำคร่ำแตก และมีน้ำเดิน ยิ่งปล่อยให้มีน้ำเดินนานๆโดยไม่รีบทำคลอด จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ช่องคลอดได้มากยิ่งขึ้น 

2.ระหว่างคลอด

การตรวจภายในบ่อยๆเพื่อดูว่าปากมดลูกเปิดมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ช่วยคลอด เช่นการใช้คีมช่วยดึงศีรษะเด็ก ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น

3.การผ่าคลอด

คุณแม่ที่ผ่าคลอดมีโอกาสเสียงที่จะเป็นโรคมดลูกอักเสบได้มากกว่าคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติถึง 2-30 เท่า โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอาการน้ำเดินมาก่อน ย่อมมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าคุณแม่ที่นัดผ่าคลอดตามกำหนดถึง 40-50% 

4.คุณแม่ที่มีสุขภาพไม่ดี

คุณแม่ที่ละเลยเรื่องการดูแลสุขอนามัยจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

5.ช่องคลอดฉีกขาด

ในกรณีที่เกิดการฉีดขาดของช่องคลอด หรือแผลฝีเย็บทำได้ไม่ดี ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้

6.ผลจากการทำคลอดไม่ดี

เมื่อการคลอดมีปัญหา เช่น ลูกมีน้ำหนักตัวน้อย ลูกเสียชีวิตหลังคลอด คุณแม่ตั้งครรภ์อายุน้อย และการคลอดครรภ์แฝด ปัญหาเหล่านี้ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง 

การป้องกัน ไม่ให้เกิดมดลูกอักเสบ

เพื่อไม่ให้เกิดมดลูกอักเสบ คุณแม่ควรดูแลตัวเอง ดังต่อไปนี้

1.ฝากครรภ์สม่ำเสมอ

คุณแม่ควรฝากครรภ์ และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามครรภ์และอาการต่างๆ ซึ่งถ้าเกิดมีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นจะได้รีบรักษาได้ทันที 

2.ดูแลเรื่องความสะอาด  

ตลอดการตั้งครรภ์จนถึงคลอดลูก คุณแม่ควรใส่ใจเรื่องความสะอาด เช่น ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดทุกวัน ควรดูแลฝีเย็บหลังคลอดให้สะอาด และถ้ามีตกขาวผิดปกติก็ควรไปพบแพทย์

3.พบแพทย์

ในกรณีเกิดน้ำเดินหรือมีมูกเลือดออก คุณแม่ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที เผื่อต้องทำการคลอดกระทันหัน เพราะถ้าปล่อยไว้นาน อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ช่องคลอดได้ เมื่อเป็นมดลูกอักเสบแล้วไม่รีบรักษา อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ เช่น ฝีในช่องท้อง ต่อมน้ำเหลืองโตที่ท้องและขาหนีบ ซึ่งส่งผลทำให้ตกเลือดหลังคลอดได้ด้วย

ดังนั้นคุณแม่ที่มีอาการมดลูกอักเสบ ควรรีบรักษาโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายถึงกับชีวิตได้ นอกจากนี้หากมีอาการอื่นๆ เช่น ตกเลือก หรือปวดมดลูกหลังคลอด ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเช่นกัน

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.ตรวจภายในหลังคลอด คืออะไร? สำคัญมากแค่ไหน
2.หนาวสั่นหลังคลอด เกิดจากอะไร รู้สักนิดรับมือได้ถูกวิธี