ยากันแท้ง คืออะไร? ช่วยป้องกันการแท้งได้ดีแค่ไหน เรามีคำตอบ

0
379
- Advertisement -

เมื่อคุณแม่มีภาวะแท้งคุกคามหรือเสี่ยงต่อการแท้ง คุณหมอก็มักจะให้ ยากันแท้ง มา ซึ่งหลายคนก็คงจะสงสัยกันใช่ไหมว่า ยากันแท้ง สามารถป้องกันการแท้งลูกได้ 100% หรือเปล่า

ยากันแท้ง

ดังนั้นวันนี้เราจะพาคุณแม่ไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจกันยาชนิดนี้กัน ไปดูข้อมูลกันเลย

ยากันแท้ง คืออะไร?

อธิบายก่อนเลยว่า ยาชนิดนี้ ก็คือยาที่มีไว้เพื่อลดความเสี่ยงการแท้งลูก ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดการแท้งในคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยง แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงได้สูงเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกคนที่สามารถใช้ยากันแท้งได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่หากอาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้คุณแม่กลับไปดูแลตัวเองตามคำแนะนำก่อน นอกจากรุนแรงจริงๆ จึงจะตัดสินใจให้ยาป้องกันการแท้งนั่นเอง

ช่วยป้องกันการแท้งได้ 100% หรือไม่

ไม่มียาอะไรที่จะป้องกันได้ 100% คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้เสมอ ซึ่งยาป้องกันการแท้งก็เช่นกัน โดยยาชนิดนี้จะช่วยลดโอกาสการเกิดการแท้งให้น้อยลงเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะฉะนั้นนอกจากจะได้รับยาป้องกันการแท้งแล้ว ก็จะต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย พร้อมทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเราก็มีคำแนะนำในการดูแลตนเอง สำหรับคุณแม่ที่มีภาวะแท้งคุกคามหรือมีความเสี่ยงต่อการแท้งลูกเช่นกัน

วิธีดูแลตนเอง ให้ห่างไกลจากการแท้งลูก

คุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการแท้ง จะต้องดูแลตัวเองมากกว่าปกติ แม้ว่าจะได้รับยากันแท้งแล้วก็ตาม โดยเราก็มีคำแนะนำในการดูแลตัวเองมาบอกกันดังนี้

1.เลี่ยงการยกของหนัก

การยกของหนัก จะยิ่งกระตุ้นให้มีโอกาสแท้งลูกได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรเลี่ยงการยกของหนักอย่างเด็ดขาด รวมถึงการยกสิ่งของที่ทำให้เกิดการเกร็งหน้าท้องด้วย เพราะจะทำให้มดลูกมีการบีบตัว ซึ่งจะนำไปสู่การแท้งลูกได้นั่นเอง

- Advertisement -

2.ระมัดระวังการกระแทก

การกระแทกในที่นี้ นอกจากการถูกกระแทกทางหน้าท้องโดยตรงแล้ว ก็ยังรวมไปถึงการกระแทกจากแรงสั่นสะเทือนด้วย เช่น การวิ่ง การออกกำลังกายด้วยการกระโดดตบ หรือท่าที่ทำให้มีการสะเทือนหน้าท้อง  ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งลูกได้ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดการกระแทกอย่างเด็ดขาด

3.งดการมีเพศสัมพันธ์

ถึงแม้ว่าขณะตั้งครรภ์จะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ แต่หากคุณแม่มีภาวะเสี่ยงต่อการแท้งลูก จะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างเด็ดขาด จนกว่าจะอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยแล้วเท่านั้น เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะไปกระตุ้นให้มดลูกมีการบีบตัว ซึ่งในภาวะปกติไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการแท้งอยู่แล้ว จะทำให้เกิดการแท้งได้ง่าย จึงต้องงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์

4.อย่าเดินหรือยืนนานๆ

การเดินหรือยืนนานๆ หลายคนอาจจะมองว่าไม่น่ามีผลทำให้เกิดการแท้งลูกได้ แต่การเดินหรือยืนเป็นเวลานาน อันตรายมากกว่าที่คุณคิด ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการแท้งได้สูง ทางที่ดีช่วงที่กำลังเสี่ยงแบบนี้ คุณแม่ควรนั่งหรือนอนพักให้มากๆ จะดีกว่า

5.ทานยาตามแพทย์สั่ง

กรณีที่แพทย์ให้ยามารับประทาน คุณแม่จะต้องทานยาตามแพทย์สั่งเสมอ และอย่าลืมไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งด้วย เพื่อจะได้ตรวจดูความปกติของทารกในครรภ์อยู่เสมอ หากพบว่ามีความผิดปกติอะไรร้ายแรง ก็จะได้ทำการช่วยเหลือได้ทันนั่นเอง

ภาวะเสี่ยงแท้งลูก มักจะเกิดกับช่วงอายุครรภ์เท่าไหร่

ภาวะที่เสี่ยงต่อการแท้งลูกนี้ อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุครรภ์ คุณแม่จึงต้องดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ และฝากครรภ์ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อจะได้ป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบภาวะแท้งคุกคามหรือเสี่ยงแท้งได้มากที่สุดในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากเป็นช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ ที่มดลูกยังไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก ประกอบกับคุณแม่หลายท่านมีสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยแล้ว จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นหากพบความผิดปกติใดๆ ขณะตั้งครรภ์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

การแท้งลูก เป็นสิ่งที่ไม่มีคุณแม่ท่านไหนอยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นควรดูแลสุขภาพครรภ์ของตนเองให้ดีอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงทุกปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการแท้งได้ เพียงเท่านี้ลูกน้อยในครรภ์ก็จะปลอดภัยและอยู่กับคุณไปจนถึงตลอดจนคลอดลูกแล้วล่ะ

==============

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY