รู้เพศลูกตอนไหน ตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง จึงจะทราบเพศทารกในครรภ์

1524
- Advertisement -

เมื่อตั้งครรภ์ ใครๆ ต่างก็อยากรู้ว่าลูกน้อยในครรภ์จะเป็นเพศอะไร รู้เพศลูกตอนไหน ยิ่งถ้าเป็นคุณแม่คุณพ่อมือใหม่ด้วยแล้ว คงลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว

รู้เพศลูกตอนไหน

ซึ่งเดี๋ยวนี้วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้า ทำให้มีวิธีการตรวจให้ทราบถึงเพศของลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยจะเริ่มตรวจได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และมีวิธีไหนบ้างนั้น มาดูกัน

รู้เพศลูกตอนไหน และวิธีตรวจหาเพศของทารกในครรภ์

การคาดการณ์เพศลูกไปต่างๆ นานานั้น บางทีก็อาจไม่ถูกต้องเสมอไป ดังนั้นการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้คุณแม่และคุณพ่อได้รู้ถึงเพศของทารกได้อย่างแน่นอน ซึ่งในปัจจุบัน สามารถทำกันได้หลายวิธี ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ ด้วยวิธีการต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.การตรวจอัลตร้าซาวด์

วิธีการตรวจหาเพศลูกที่ไม่ทำให้คุณแม่ต้องเสี่ยงหรือเจ็บตัว และเป็นที่นิยมอย่างมาก นั่นก็คือการตรวจด้วยวิธีการอัลตร้าซาวด์ หรือการตรวจด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง ซึ่งในระยะแรกของการตั้งครรภ์อาจจะยังไม่สามารถมองเห็นเพศของทารกได้อย่างชัดเจน โดยการตรวจอัลตร้าซาวด์ในช่วงไตรมาสแรกจึงทำเพื่อตรวจความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกายทารกในครรภ์ก่อน เช่น ดูรก สายสะดือ น้ำคร่ำ กระโหลกศรีษะ เนื้อสมอง แขน ขา ปอด หัวใจ และคำนวณอายุครรภ์ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 18-22 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่ถึงจะเห็นเพศลูกได้ชัดเจนขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับท่าทางของทารกในครรภ์ด้วย

2.การตรวจนิฟตี้ (NIFTY Test) 

การตรวจนิฟตี้นอกจากจะใช้ตรวจเพื่อคัดกรองหาความผิดปกติของทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ด้วยวิธีการเจาะเลือดแล้ว ยังทำให้เราทราบถึงเพศของทารกในครรภ์ด้วย โดยสามารถตรวจกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งร่างกายของทารกถูกพัฒนาขึ้นจนมีอวัยวะต่างๆ ครบถ้วน ขณะที่ DNA ของลูกก็ถูกส่งผ่านเนื้อเยื่อบางๆ จากสายรก เข้าไปปะปนอยู่ในระบบเลือดของแม่ ดังนั้นการตรวจเลือดจากแม่ด้วยวิธีนิฟตี้ จึงทำให้สามารถทราบเพศของลูกได้

- Advertisement -

3.การตรวจ Chorionic Villus Sampling (CVS)

เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ได้ 10-12 สัปดาห์ สามารถเข้ารับการตรวจ Chorionic Villus Samplingได้ โดยการดูดตัวอย่างบางส่วนของรกจากทารกในครรภ์ออกมา เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม รวมทั้งทำให้ทราบเพศของทารกที่อยู่ในครรภ์ด้วย

4.การเจาะน้ำคร่ำ

แพทย์มักจะแนะนำให้คุณแม่ที่มีอายุเกิน 35 ปี หรือมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะออกมาผิดปกติ ทำการเจาะน้ำคร่ำ โดยการตรวจน้ำคร่ำนั้น สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 15 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งถ้ามีอายุครรภ์น้อยกว่านี้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น น้ำเดิน เลือดออก ติดเชื้อ แท้งลูก เป็นต้น และนอกจากจะทำให้ทราบถึงความผิดปกติทางโครโมโซมแล้ว การเจาะน้ำคร่ำยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราได้ทราบว่าทารกในครรภ์เป็นเพศอะไรอีกด้วย

5.การตรวจ NIPT

คุณแม่ที่ต้องการรู้เพศของลูกให้เร็วที่สุด ขอแนะนำการเจาะเลือดด้วยวิธี NIPT (Noninvasive prenatal testing) ซึ่งจะทำให้คุณแม่ทราบเพศของลูกได้ตั้งแต่มีอายุครรภ์เพียง 9 สัปดาห์ พร้อมกับยังทำให้ทราบถึงความผิดปกติของโครโมโซมจากทารกด้วย แต่วิธีนี้อาจเหมาะกับคุณแม่ท้องที่มีประวัติหรือลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงว่า ทารกที่เกิดมาจะมีความพิการ ดังนั้นจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจ NIPT

เมื่อคุณแม่อยากทราบว่าลูกในครรภ์เพศอะไร ก็สามารถขอเข้ารับการตรวจตามวิธีต่างๆ กับแพทย์ได้ ซึ่งในปัจจุบัน ทำให้ทราบเพศได้ ตั้งแต่อายุครรภ์เพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยแต่ละวิธีอาจมีข้อจำกัด หรือแบบไหนจะเหมาะสมกับคุณแม่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับดุจพินิจของแพทย์อีกทีหนึ่ง

= = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อักษรย่อในรูปอัลตร้าซาวด์ ตัวไหนบอกอะไรได้บ้าง มาทำความเข้าใจกัน
2.อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ดีหรือไม่ บอกอะไรคุณแม่ได้บ้าง