วงแหวนคุมกำเนิด ตัวเลือกในการป้องกันการตั้งครรภ์

1509
- Advertisement -

วงแหวนคุมกำเนิด ตัวช่วยสำหรับคนไม่พร้อมมีบุตร มีคู่รักหลายคู่ที่พึ่งแต่งงานกัน แต่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร บางคนก็อาจจะอยากรอให้ตัวเองมีฐานะมั่งคงกว่านี้เสียก่อน บางคนก็อาจจะรอเวลาให้เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ รวมทั้งมีความพร้อมมากกว่านี้ด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

วงแหวนคุมกำเนิด

เพราะบางครั้ง การคุมกำเนิดด้วยการทานยาคุม ก็ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากความผิดพลาดของฝ่ายหญิงที่อาจจะลืมทานยาคุมตามวันเวลาที่กำหนดไว้ดังนั้น เราจึงขอแนะนำวิธีคุมกำเนิดด้วยวงแหวนคุมกำเนิด ที่ง่าย และสะดวกสบายต่อผู้หญิงเป็นอย่างมาก

วงแหวนคุมกำเนิด คืออะไร ?

วงแหวนสำหรับคุมกำเนิด (Birth Control Ring) เป็นวงแหวนที่มีสีขาวใส ลักษณะอ่อนนิ่ม ไม่ละลายในร่างกาย มีขนาดแค่ขนาดกำไลข้อมือเท่านั้น ภายในวงแหวนคุมกำเนิด มีการบรรจุฮอร์โมนด้วยกัน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนโปรเจสโตรเจน และฮอร์โมนเอสโตรเจน วิธีการใช้งานก็ไม่ยาก เพียงแค่ล้างมือให้สะอาด ฉีกซองเพื่อนำวงแหวนออกมา แล้วใช้นิ้วบีบให้วงแหวนคุมกำเนิดมีขนาดเล็กลง แล้วค่อย ๆ ใส่เข้าไปในช่องคลอด ในวันที่ประจำเดือนมาวันแรก ด้วยวิธีที่สะดวกมากที่สุด หลังจากนั้นก็ใช้นิ้วชี้ดันเข้าไปให้สุด จนกว่าจะรู้สึกว่าไม่เจ็บหรือไม่รู้สึกว่าใส่อยู่ก็เป็นอันเสร็จ ส่วนการเอาวงแหวนออกก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางเกี่ยวเอาวงแหวนคุมกำเนิดออกมาก็เรียบร้อยแล้ว

วงแหวนคุมกำเนิด มีการทำงานอย่างไร

เมื่อมีการใส่วงแหวนคุมกำเนิดเข้าไปในร่างกายแล้ว ฮอร์โมนในวงแหวนจะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาในปริมาณที่เท่ากันทุกวัน (วงแหวนคุมกำเนิดมีอายุการใช้งาน 1 ครั้ง เพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อครบ 21 วันก็เอาออกเพื่อเป็นการพักร่างกาย 7 วันแล้วใส่วงแหวนอันใหม่เข้าไปในวันที่ประจำเดือนมา มีลักษณะคล้ายกับการทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ดนั่นเอง) เมื่อฮอร์โมนมีการหลั่งออกมา ร่างกายก็จะดูดซึมฮอร์โมนนี้เข้าไปทางกระแสเลือด ซึ่งจะทำให้เกิดมูกเหนียวขึ้นบริเวณปากมดลูก ทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปผสมกับไข่ได้

ประสิทธิภาพของการใช้วงแหวนคุมกำเนิดเป็นอย่างไร ?

ในทางการแพทย์นั้น ได้จัดให้วิธีการคุมกำเนิดด้วยวงแหวนคุมกำเนิด มีอัตราความเสี่ยงในการตั้งครรภ์อยู่ในระดับปานกลาง คืออยู่ในระดับเดียวกับการคุมกำเนิดด้วยการทานยาคุม และการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด คือ ผู้ใช้งาน 11 คน มีโอกาสในการตั้งครรภ์เพียง 1 คนเท่านั้น  แต่ถ้าหากมีการใช้วงแหวนคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง (ถอดออกเมื่อครบกำหนด 21 วัน พัก 7 วันแล้วใส่เข้าไปใหม่ หรือใส่เข้าไปในช่องคลอดจนสุด ไม่เกิดการหลุดออกมา) มีโอกาสในการล้มเหลวในการตั้งครรภ์เพียง 0.3% เท่านั้น

- Advertisement -

ผลข้างเคียงของการใช้วงแหวนคุมกำเนิด มีหรือไม่ ?

เมื่อเปรียบเทียบกับการทานยาคุมกำเนิดแบบเม็ด พบว่าวงแหวนคุมกำเนิดให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่า คนส่วนมากมักไม่พบความผิดปกติใด ๆ เลย ยกเว้นคนที่มีความไวต่อฮอร์โมนเพศหญิง อาจจะเกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หิวบ่อย เจ็บเต้านม ซึ่งเป็นอาการปกติของผู้ที่คุมกำเนิดโดยไม่ต้องไปพบแพทย์ใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่เมื่อผ่านไป 3 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอด ก็ควรรีบไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้การใช้วงแหวนคุมกำเนิด ยังไม่เหมาะกับผู้หญิงที่สูบบุหรี่เป็นประจำ เนื่องจากทำให้หลอดเลือดอุดตัน อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ใครเหมาะ – ไม่เหมาะกับการใช้วงแหวนคุมกำเนิด

ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ที่ยังไม่พร้อมตั้งครรภ์สามารถใช้วงแหวนคุมกำเนิดได้ทุกคน แต่ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบสูบบุหรี่ ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่สงสัยว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีการคุมกำเนิดในรูปแบบอื่น ที่อาจจะให้ความปลอดภัยมากกว่า

ถึงแม้ว่าการใช้วงแหวนคุมกำเนิด จะค่อนข้างสะดวก และไม่ยุ่งยากในการใช้งาน แต่ด้วยการสั่งซื้อที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ และมีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ จึงทำให้ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในประเทศไทยเท่าที่ควร

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY