หลังคลอดลูก มีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ยังไม่ได้คุมกำเนิด เสี่ยงท้องไหม

0
929
- Advertisement -

ทำอย่างไรดี เมื่อมีเพศสัมพันธ์ หลังคลอดลูก ทั้งที่ยังไม่ได้คุมกำเนิด แบบนี้จะเสี่ยงท้องหรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจและไขคำตอบกัน

หลังคลอดลูก

โดยมีข้อมูลดีๆ ที่เราได้รวบรวมมาฝากกันดังนี้

ท้องไหม มีเพศสัมพันธ์ หลังคลอดลูก ทั้งที่ไม่ได้คุมกำเนิด

คุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ร่างกายจะมีการตกไข่อีกครั้งเร็วที่สุด 4-6 สัปดาห์หลังจากคลอด ช้าที่สุด 24 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น และสามารถตั้งครรภ์อีกครั้งได้หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งการกำหนดเวลาที่แน่นอนของการตกไข่เป็นไปได้ยาก เพราะร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้น การไม่คุมกำเนิดจึงมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นอย่างมาก

หลังคลอด เมื่อไหร่ถึงจะมีเพศสัมพันธ์ได้

สำหรับคุณแม่ที่คลอดตามธรรมชาติ แนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์ 6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น แผลฝีเย็บติดสนิท และน้ำคาวปลาหมดไปก่อน ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานี้แนะนำให้ใช้สารหล่อลื่นเข้าช่วยจะช่วยลดอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้

สำหรับคุณแม่ผ่าคลอด ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแผลผ่าตัดของแต่ละคน บางคนอาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ก็ไม่รู้สึกเจ็บแผลแล้ว แต่บางคนอาจจะใช้เวลามากกว่านั้น ซึ่งถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์อาจจะต้องปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับคุณแม่ขณะมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ ระดับฮอร์โมนในร่างกายยังคงไม่สมดุล จนกว่าประจำเดือนจะมาตามปกติอีกครั้ง ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ดีจึงควรทำเข้าใจความรู้สึกของกันและกันให้มาก

ถ้าเผลอมีเพศสัมพันธ์ ก่อนคุมกำเนิดจะทำอย่างไรดี

- Advertisement -

การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด โดยที่ไม่ได้มีการคุมกำเนิด มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์สูงมาก นับตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพราะคุณแม่มีโอกาสตกไข่ได้ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าหากไม่ได้มีการคุมกำเนิดและยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินก็เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์ได้

โดยยาคุมฉุกเฉินมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนเดียว มีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้บริเวณปากมดลูกมีสารคัดหลั่งที่เหนียวขึ้น ลดโอกาสการทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ และยาคุมแบบฮอร์โมนรวม ซึ่งต้องรับประทานยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง ทั้งนี้ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้เพียง 58-95% เท่านั้น ดังนั้นควรคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นจะดีกว่า

ตามปกติหลังจาก 4-6 สัปดาห์ แพทย์จะนัดตรวจสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอดอีกครั้ง และแนะนำถึงวิธีการคุมกำเนิด สำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการคุมกำเนิดถาวร ก็ยังมีทางเลือกในคุมกำเนิดชั่วคราว ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

  1. รับประทานยาคุมกำเนิด โดยทั่วไปจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนผสมกันอยู่ แต่สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก ควรรับประทานยาคุมกำเนิดที่ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน จะได้ไม่กระทบกับการสร้างน้ำนม ถึงแม้จะรับประทานยาคุมกำเนิดแล้วแต่ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ถึง 9%
  2. ใส่ห่วงคุมกำเนิด จะใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อขัดขวางการฝังตัวอ่อนในผนังมดลูก ถ้าหากได้ปรึกษาแพทย์ไว้ก่อนล่วงหน้าเรื่องการคุมกำเนิด แพทย์ก็จะใส่ห่วงคุมกำเนิดให้หลังคลอด ซึ่งมีโอกาสในการตั้งครรภ์เพียง 0.2%
  3. ฉีดยาคุมกำเนิด เป็นการฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และเทสโทสเตอโรน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของยาคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิดช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99% เมื่อฉีดยาคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอ

ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์โดยไม่ได้คุมกำเนิดนั้นมีสูงมาก ถ้าหากคุณแม่ยังไม่ต้องการตั้งครรภ์อีกครั้งควรปรึกษาแพทย์และทำการคุมกำเนิดด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีวิธีการคุมกำเนิดแบบใดที่ให้ผลลัพธ์ 100% จะมีก็เพียงแต่การไม่มีเพศสัมพันธ์เท่านั้น

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY