อาการสายตาขี้เกียจ กับ แนวทางการป้องกันและรักษาสำหรับลูกน้อย

0
4168
- Advertisement -

อาการสายตาขี้เกียจ การมองเห็นของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่ คนเป็นแม่ไม่สามารถมองข้ามหรือปล่อยวางได้ การที่ลูกน้อยเกิดภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นแม้เป็นเพียงดวงตาข้างเดียวก็อาจจะสร้างความเครียดให้คุณแม่ได้มากเลยใช่ไหมค่ะ ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่สบายใจและสามารถรับมือกับอาการของลูกน้อยได้ วันนี้เรามีแนวทางในการป้องกันและวิธีรักษาของโรคสายตาขี้เกียจมาฝากค่ะ

อาการสายตาขี้เกียจ

อาการสายตาขี้เกียจ

อาการสายตาขี้เกียจโดยทั่วไป

อาการสายตาขี้เกียจมักเป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ซึ่งอาจจะพบในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน ลักษณะอาการของโรค จะสังเกตได้ว่าตาทั้ง 2 ข้างไม่อยู่ในแนวตรงตามธรรมชาติ เนื่องจากมีภาวะความผิดปกติที่ทำให้การเคลื่อนไหวของลูกตาทั้ง 2 ข้างขาดการประสานงานกันเช่นคนที่มีตาปกติ โดยตาดำข้างใดข้างหนึ่งจะมีการเขเข้าด้านในทางหัวตาเป็นส่วนใหญ่ค่ะ หรือบางครั้งคุณแม่จะพบว่าตาเขออกด้านนอกทางหางตา ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดปกติของเด็กแต่ละคน

ผลเสียของอาการสายตาขี้เกียจ

ผลเสียที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด นั่นคือ จะทำให้เด็กเสียบุคลิกภาพ ดูไม่สวยงาม รู้สึกเหมือนเป็นปมด้อย เด็กที่มีภาวะความผิดปกติเช่นนี้มักจะไม่ค่อยสู้หน้าผู้คน โดยเฉพาะในบางรายที่มีภาวะตาเขขึ้นด้านบน หรือเขลงด้านล่าง ซึ่งเด็กบางคนอาจจะหันหน้า เอียงคอ เพื่อชดเชยความผิดปกติ ก็ทำให้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ค่ะ

นอกจากนี้การมองเห็นยังด้อยกว่าคนที่มีสายตาปกติอีกด้วย เนื่องจากตาทั้ง 2 ข้างไม่ทำงานร่วมกัน หรือที่เรียกว่าต่างคนต่างทำ ส่งผลให้ต้องใช้เพียงตาข้างเดียวเป็นหลักเพื่อมองหาวัตถุขนาดเล็ก ๆ ไม่เป็นภาพ 3 มิติ ทำให้การทำงานที่ละเอียดได้ไม่ดีมากนักนั่นเองค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่มีความผิดปกติเช่นนี้จะไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่จำเป็นต้องใช้ดวงตาทั้งสองข้างเพื่อมองภาพให้ชัดเจน และได้ทุกมิติ หากคุณแม่ปล่อยเอาไว้แบบนี้ต่อไป อาจทำให้ถึงขั้นตาบอดได้

แนวทางป้องกันภาวะสายตาขี้เกียจ

  • คุณแม่ต้องเริ่มสังเกตความผิดปกติของลูกตั้งแต่แรกคลอด โดยดูจากลักษณะขนาดของตาทั่วไปว่าปกติดีอยู่หรือไม่ มีอะไรมาปกปิดตาดำของเด็กหรือ ซึ่งคุณแม่จะต้องเป็นผู้สังเกตด้วยตัวเองในทุกวัน
  • เมื่อลูกน้อยอายุได้ 2 – 3 เดือน คุณแม่ต้องคอยสังเกตต่อว่า ลูกจ้องหน้าแม่เวลาดูดนมหรือไม่ แต่ถ้าลูกไม่ยอมมองหน้า หรือสบตา คุณแม่ตั้งรีบพาไปปรึกษาแพทย์ทันทีนะคะ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
  • เมื่อลูกอายุได้ 6 เดือน ควรจ้องมองตามวัตถุได้ โดยตาของเด็กปกติจะจ้องนิ่ง ๆ ได้ หลักการมองก็คือ เมื่อลูกมองวัตถุ ตาจะต้องอยู่ตรงกลาง ตานิ่งจับวัตถุ หรือที่เรียกกันว่า “CGM (Central/ตาดำที่มองวัตถุต้องอยู่ตรงกลาง, Good/ตาต้องมองจ้องภาพวัตถุตรงหน้า, Maintain/ตาจับนิ่งกับวัตถุ)” ถ้าลูกน้อยไม่สามารถทำได้ แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ค่ะ
  • เมื่อลูกอายุได้ 3 ขวบ คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกน้อยมองภาพต่างๆ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อตา และปรับสายตาให้เป็นปกติได้ โดยการหารูปภาพสัตว์ที่ลูกคุ้นเคย ขนาดต่างๆ กัน สามารถวัดระดับการมองเห็นของลูกได้ หากพบความผิดปกติ ก็ควรพาไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป
- Advertisement -

วิธีการรักษาอาการสายตาขี้เกียจ

  • การรักษากลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน

ถ้าคุณแม่สังเกตว่าลูกเริ่มเกิดภาวะความผิดปกติเกี่ยวกับสายตา หรือ พบว่าทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการมอง แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อเฝ้าติดตามดูอาการไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าไม่มีสาเหตุที่ผิดปกติอย่างชัดเจน อาการก็อาจจะรุนแรงขึ้น และไม่สามารถหายไปได้เมื่ออายุได้ 6 เดือนไปแล้วยังไม่หาย คุณแม่ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจดูอาการอย่างละเอียด และอาจจะดูโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุอาจเกิดมาจาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้ตาเขและจำเป็นต้องได้รับการแก็ไขหรือรักษาให้หายเสียก่อน ซึ่งเด็กจะได้รับตรวจคัดกรองอาการตาเขเป็นระยะ ตั้งแต่ 2 – 3 เดือน

  • การรักษากลุ่มเด็ก 1 – 2 ปี

อาการสายตาขี้เกียจที่พบในเด็กเล็ก คุณแม่ต้องคำนึกไว้เลยว่า อาจจะมีสาเหตุความผิดปกติอื่น ๆ ที่ซ้อนอยู่ และควรได้รับการรักษาก่อนอายุ 2 ปี คุณแม่ก็อย่านิ่งนอนใจไปนะคะว่า ลูกน้อยของคุณตอนนี้โตแล้ว อาการเหล่านี้ก็น่าจะหายไปได้เอง แต่ความเป็นจริง อาการที่แฝงอยู่อาจจะยังไม่แสดงออกมาให้คุณเห็นก็ได้ ฉะนั้นคุณแม่ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องในทันที เพื่อป้องกันอาการของโรครุนแรงขึ้นจนไม่อาจแก้ไขได้

ในปัจจุบันการรักษาอาการสายตาขี้เกียจที่เห็นผลนั้น อาจจะเป็นวิธีที่อันตราย แต่ก็สามารถช่วยให้ลูกน้อยหายจากอาการดังกล่าวได้ ซึ่งวิธีการรักษานั้นก็คือ “การผ่าตัด” ซึ่งการผ่าตัดในปัจจุบันทุกขั้นตอนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและถือว่ามีความปลอดภัยอย่างมาก เพราะการดมยาสลบในเด็กเล็กมีความปลอดภัยสูงขึ้น ส่วนผลการผ่าตัดนอกจากจะช่วยให้เด็กตาตรงเป็นปกติแล้ว ยังทำให้เด็กมีพัฒนาการในการมองเห็นได้อย่างสมบูรณ์เหมือนคนปกติอีกด้วยนะคะ

  • การรักษากลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

สำหรับวิธีการรักษาในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี แพทย์อาจจะทำเพียงแค่ประคับประคองเรื่องสายตา (Visual Acuity) ของสายตาทั้ง 2 ข้างให้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่า เด็กที่มีภาวะความผิดปกติทางสายตานั้น อาจจะส่งผลเสียทำให้สายตาเสื่อมลงเรื่อย ๆ ได้ จนถึงระยะใช้การไม่ได้ ทำให้ตาข้างดังกล่าว ไม่สามารถมองเห็นภาพได้อีกต่อไป ดังนั้นแพทย์จึงพยายามให้เด็กใส่แว่นสายตาชนิดเลนส์นูนที่ตรงกับค่าสายตา และต้องพยายามให้เด็กสวมแว่นตาเมื่ออายุได้ 2 – 3 ปี (คุณแม่ไม่ต้องแปลกใจไปนะคะ เพราะเด็กจำเป็นต้องใส่แว่นเพื่อให้ตาทั้ง 2 ข้างเห็นได้ชัดเจนขึ้น) นั่นเพราะจะทำให้เด็กสบายตา แต่ในระยะเริ่มแรกที่ตรวจสายตาอาจจะไม่แน่ชัด คุณแม่ควรพยายามให้ลูกได้ใช้ตาทั้งสองข้างสลับกัน เป็นการฝึกกล้ามเนื้อตา วิธีนี้จะปิดตาข้างที่ดีเอาไว้วันละหลายชั่วโมง เพื่อให้ตาข้างที่เขได้ทำหน้าที่บ้าง

ภาวะความผิดปกติของสายตาสามารถรักษาให้หายได้แต่เนิ่น ๆ หากปล่อยเอาไว้นานการรักษาอาจไม่ได้ผล คุณแม่จะต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบอาการผิดปกติกับลูกน้อย พัฒนาการของลูกจะดีได้ ขึ้นอยู่กับการดูแลใส่ใจของทุนคนในครอบครัวนะคะ

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY