อาการหลังคลอด 7 อาการ ที่คุณแม่ควรสังเกต พร้อมวิธีการรับมือ

18629
- Advertisement -

อาการหลังคลอด ในช่วงหลังคลอดใหม่ๆ น้ำหนักของคุณแม่จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ประมาณ 3-4 กิโลกรัม จนกระทั่งกลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งหากต้องการให้ร่างกายเข้าที่เร็วมากขึ้น

อาการหลังคลอด

คุณแม่สามารถดูแลตนเองควบคู่กันไปได้ ด้วยการทานอาหารดีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน รวมถึงการออกกำลังกาย อีกทั้งควรมีการเพิ่มเติมใส่ใจในเรื่องของการดื่มนม กาทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อทดแทนการเสียเลือดหลังคลอด และการให้นม เช่น ไข่ เนื้อแดง ผักใบเขียวเข้ม เป็นต้น ทั้งนี้หลังคลอดยังมีเรื่องที่คุณแม่ควรรู้ นั่นคือ 7 อาการที่ต้องเจอ ซึ่งเรารวบรวมมาบอกดังนี้

อาการหลังคลอด 7 อาการที่คุณแม่ควรสังเกต

1.น้ำคาวปลา เรื่องที่คุณแม่หลังคลอดควรสังเกตให้ดี โดยน้ำคาวปลาหลังคลอดจะมีประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรืออาจจะนานมากกว่านั้นได้ถึง 2 เดือน ซึ่งหากเป็นน้ำคาวปลาเป็นปกติ จะสังเกตได้คือ เริ่มจากมีสีแดงจากนั้นจะค่อย ๆ จางลงเรื่อยๆ จนเป็นสีเหมือนน้ำเหลือง และแห้งไปในที่สุด แต่หากตรงกันข้ามหากน้ำคาวปลาผิดปกติ จะมีปริมาณเลือดไหลออกมาเยอะ หรือเลือดออกมาเป็นก้อน ในเวลา 4 วันหลังคลอด จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่ามีอาการตกเลือดหลังคลอด ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้  วิงเวียน ปัสสาวะขัด ปวดเอว แสดงความน้ำคาวปลาผิดปกติ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

2.มดลูกจะค่อย ๆ มีขนาดลดลง จนถึงขนาดปกติภายใน 6 สัปดาห์ ซึ่งในระยะเวลานี้อาจมีอาการปวดบริเวณมดลูก โดยเฉพาะเวลาลูกดูดนม เนื่องจากฮอร์โมนออกซีโตซีนที่หลั่งออกมาจะช่วยขับน้ำนม รวมถึงมีฤทธิ์ในการบีบมดลูกร่วมด้วย แต่อย่างไรอาการปวดจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

3.ปวดเมื่อยตามตัว แขน ขา เป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้ เนื่องมาจากระหว่างการคลอด คุณแม่มีการบิดเกร็งในท่วงท่าที่คลอดนานจนเกินไป แต่ไม่นานอาการนี้ก็จะหายไปเอง รวมถึงให้ระวังระวังในการเดิน นั่น ลุก ไม่ควรนั่งขัดสมาธิในระยะ 3 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อให้เวลาแผลมีการสมานกันได้ดีขึ้น

4.ถ่ายปัสสาวะและอุจจาระลำบาก อาจจะไม่ได้พบอาการนี้ทันทีหลังคลอด โดยมากอาการนี้จะพบ 1 สัปดาห์หลังคลอด และสามารถแก้ไขง่าย ๆ โดยให้คุณแม่ดื่มน้ำมากๆ รวมถึงการทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น

5.เจ็บปวดจากแผลฝีเย็บ มีอาการบวม แผลแยกออกจากกัน แผลฝีเย็บมีกลิ่น  สามารถบรรเทาได้ ด้วยการทานยาแก้ปวด หรือการนั่งแช่น้ำอุ่น หรืออบแผลด้วยความร้อน รวมถึงมีการดูแลแผลฝีเย็บอย่างถูกต้อง วันละ 2 ครั้ง โดยใช้สำลีชุบน้ำอุ่น จากนั้นค่อย ๆ เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง และซับให้แห้ง ข้อควรระวงไม่เช็ดจากหลังมาหน้า หรือเช็ดสลับกันไปมา เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

- Advertisement -

6.คัดเต้านม แม่หลังคลอดจะมีอาการคัดเต้านมอย่างมาก ในช่วงประมาณวันที่ 3 – 4  นั่นเพราะน้ำนมจะเริ่มมามากขึ้น ซึ่งหากต้องการลดอาการเต้านมคัด  ให้ใช้แผ่นเย็นวางลงบนที่เต้านม หรืออาบน้ำอุ่น หรือปั๊มนมออก ก็จะช่วยลดอาการนี้ลงได้

7.อาการเจ็บปวดจากการแยกกันของกระดูกบริเวณหัวหน่าว คุณแม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการทานยาแก้ปวด และสามารถเดินบริหารร่างกายเบา ๆ ได้ เช่น เดินไปมา หรือขมิบก้น โดยในแม่ที่ผ่าคลอดสามารถทำได้ทันทีหลังคลอด ประมาณครั้งละ 20-30 ครั้ง  และในแม่ที่คลอดธรรมชาติ ควรเริ่มทำหลังคลอดประมาณ 2 สัปดาห์

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY