เคลียร์ชัด!! อาหารต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง เรื่องน่ารู้และมีประโยชน์ต่อการดูแลครรภ์

29552
- Advertisement -
เคลียร์ชัด!! อาหารต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง เรื่องน่ารู้และมีประโยชน์ต่อการดูแลครรภ์ มีคุณแม่สอบถามกันมามากมายว่า  กาแฟได้หรือไม่  ซูชิทานได้หรือไม่  อาหารรสจัดทานได้หรือไม่  ฯลฯ  สารพัดสารพันปัญหาคาใจ  มาร่วมไขข้อข้องใจกันค่ะว่าอะไรคืออาหารต้องห้ามสำหรับคนท้องกันแน่  ติดตามอ่าน

 

อาหารต้องห้าม

เคลียร์ชัด!! อาหารต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง เรื่องน่ารู้และมีประโยชน์ต่อการดูแลครรภ์

 

1.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด  อันนี้แน่นนอนเลยค่ะ  ไม่ว่าปริมาณแอลกอฮอล์ขนาดไหน  เจือจางเพียงใด  เบียร์  ไวน์  เหล้าผสม  เหล้าสี  เหล้าใส  อาหารที่หมักดองด้วยเหล้า  หรืออาหารที่มีเหล้าหรือไวน์เป็นส่วนผสมปรุงรสห้ามทุกกรรมวิธี ทุกชนิด
ผลเสียที่แม่ท้องรับแอลกอฮอล์มากเกินไปโดยเฉพาะในช่วงครรภ์อ่อน ๆ หรือในช่วงไตรมาสแรก 1 – 3เดือน จะส่งผลให้ทารกสมองพิการได้หรือแม้แต่เพียงน้อยนิดอาจส่งผลต่อสมองทารกพัฒนาไม่เต็มที่
2.บุหรี่  แม่ท้องต้องงดสูบบุหรี่เด็ดขาด หรือแม้แต่มีสมาชิกในบ้านหรือในที่ทำงานสูบบุหรี่และรับควันจากบุหรี่ก็มีผลเสียไม่ต่างจากสูบเอง  ในควันบุหรี่มีสารพิษหลายร้อยชนิดที่มีผลกระทบต่อร่างกาย  ทำให้แม่ท้องมีโอกาสเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูก  มีภาวะแท้งคุกคามมากกว่าปกติ  เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด  ทารกพัฒนาการไม่สมวัย ทารกเป็นหอบหืด  มีน้ำหนักแรกตัวน้อย  ภาวะไหลตายในทารก (SID) ปากแหว่งเพดานโหว่  ฯลฯ  วิธีการเลิกบุหรี่ในแม่ท้องต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ เมื่อมีอาการอยากบุหรี่ ให้จิบน้ำผลไม้รสเปรี้ยวหรืออมเนื้อมะนาวติดเปลือก เพราะรสเปรี้ยวและขมจะช่วยดลความอยากบุหรี่ลง  หากแข็งใจทำได้สองสัปดาห์คุณแม่จะสามารถเลิกบุหรี่ได้ค่ะ  ลองทำดูนะคะ
3.คาเฟอีน  เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุชนิด  ไม่ว่าจะเป็นชา  กาแฟ  น้ำอัดลม  เครื่องดื่มบำรุงกำลัง  ฯลฯ  แม้จะยังไม่มีวิจัยทางการแพทย์ที่แน่ชัดว่า  คาเฟอีนส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ แต่คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการสูบฉีดโลหิต  เพิ่มการขับปัสสาวะ  ซึ่งจะมีผลทางอ้อมทำให้หัวใจของคุณแม่ต้องทำงานหนักในการสูบฉีดโลหิต  นอกจากนี้ คาเฟอีนยังไปละลายแคลเซียมและเกลือแร่ต่าง ๆ ออกจากร่างกาย
4.ไข่ดิบ  หรือไข่ปรุงกึ่งดิบกึ่งสุก  เพราะเสี่ยงต่อการรับเชื้อ Salmonella เป็นเชื้อแบคทีเรียที่สามารถทำให้ผนัง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ ดังนั้น  คุณแม่ควรทานไข่ที่ปรุงสุกเท่านั้น  แม้แต่ไข่แดงในไข่ดาวที่ยังไม่สุกก็ไม่ควรทานนะคะ
5.เนื้อสัตว์ที่ยังดิบหรือปรุงไม่สุก เช่น  แหนม  สเต๊ก  อาหารปิ้งย่าง  อาหารอีสาน ส้มตำปลาร้า  ลาบ  น้ำตกที่ปรุงไม่สุก หอยนางรม  กุ้งแช่น้ำปลา  แหม!!อาหารสุดโปรดทั้งนั้น งดค่ะงดไว้ก่อนนะเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกน้อยในท้อง
6.นมและชีสบางชนิดที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ เพราะในชีสและนมที่ไม่ผ่านกระบวนการเหล่านี้อาจเจือปนด้วยแบคทีเรียที่อาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้
7.ถั่วลิสง  ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาหารที่ควรงด  โดยเฉพาะคุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้  ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรทานถั่วลิสงทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ในทางการแพทย์เชื่อว่า  สารกระตุ้นภูมิแพ้นี้สามารถส่งผ่านไปยังทารกน้อยได้
8.เมล็ดธัญพืชทุกชนิด ที่เก็บไม่ได้มาตรฐาน  มีความชื้นสูง  เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อราได้อย่างดี ทำให้เชื้อราเหล่านี้เจริญเติบโตได้ง่าย
9.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ไม่ว่าจะเป็น  มาม่า  ไวไว  หรือแม้แต่มาม่าเกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยมรับประทานก็ดี เพราะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหล่านี้เต็มไปด้วยสารปรุงรสที่มีส่วนผสมของผงชูรสในปริมาณสูงซึ่งจะส่งผลให้ระดับโซเดียม (เกลือ) ในร่างกายมากเกินความจำเป็น ทำให้ระบบไหลเวียนและระบบขับถ่ายทำงานหนักมากขึ้น
10.ปลาทะเลบางชนิด    ซึ่งเป็นเนื้อปลาที่จัดว่ามีสารปรอทในปริมาณสูงตามธรรมชาติและอยู่ในระดับที่สามารถทำอันตรายต่อทารกน้อยได้ เช่น  ปลากระโทงแทง  ปลาดาบ  ปลาฉลาม รวมไปถึงปลาทูน่าก็เป็นปลาที่มีสารปรอทสูงเช่นกัน ควรจำกัดปริมาณการรับประทานไม่เกิน 2 กระป๋องต่อสัปดาห์
11.อาหารแปรรูป  และผ่านกรรมวิธี  เช่น  หมัก ดอง  รมควัน ตากแห้ง  ไส้กรอก  กุนเชียง  แหนม  ฯลฯ  เพราะเสี่ยงต่อการรับสารเคมีที่เจือปนมากับอาหาร  หากคุณแม่ที่แพ้ท้อง  แนะนำให้รับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแทนผลไม้หมักดองจะได้ระโยชน์มากกว่าและเสี่ยงต่อการรับสารพิษน้อยกว่าด้วยนะคะ
12.อาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน  เช่น  รสเต็มจัด  เกลือจะเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปส่งผลหัวใจและไตทำงานหนัก รสหวานจัด  เพิ่มภาระให้ตับอ่อนนะเพราะต้องผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดให้สมดุล  ที่สำคัญรสหวานจะทำให้คุณแม่น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายอีกด้วยค่ะ รสเปรี้ยวจัด – เผ็ดจัด  อาหรที่มีรสชาติเหล่านี้จะเพิ่มภาระให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก  ส่งผลให้คุณแม่เกิดอาการท้องอืดกรดไหลย้อนได้
13.วิตามินเสริม  สำหรับเรื่องวิตามินเสริมมีคุณแม่หลาย ๆ ท่านสงสัยอยู่ว่าควรทานหรือไม่ มีประโยชน์จริงหรือไม่ตามสรรพคุณอวดอ้าง  ที่สำคัญหากร่างกายได้รับวิตามินเสริมมากกเกินไปจะส่งผลเสียต่อตับมากกว่าผลดี เพราะตับต้องกำจัดสารพิษของวิตามินสังเคราะห์ส่วนเกินนั้นให้เป็นกลางเสียก่อน  ก่อนจะขับออกจากร่างกายผ่านทางไตได้  ต่างจากวิตามินที่ได้รับจากอาหรตามธรรมชาติ  หากร่างกายมีเพียงพอแล้ว ร่างกายจะขับวิตามินออกทางไตได้เลย
จะสังเกตว่าอาหารแทบทุกชนิดเป็นอาหารที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำ  แต่กลับส่งผลเสียต่อคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์และส่งผ่านไปยังทารกน้อยอีกด้วย  หากหลีกเลี่ยงได้หรือทานให้น้อยที่สุดจะดีกว่านะคะ  อาหารที่ดีและมีประโยชน์แถมอร่อยด้วย มีอีกมากมาย  เลือกที่มีประโยชน์จะดีที่สุดค่ะ
 ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

 

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

 

LEAVE A REPLY