อาหารบำรุงสมอง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อย ที่คุณแม่ควรรู้

11981
- Advertisement -

อาหารบำรุงสมอง ความฉลาดของลูกน้อย คุณแม่สามารถสร้างได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ด้วยการเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูก ดูแลใส่ใจเกี่ยวกับอาหารที่ลูกทานเข้าไปควรมีโภชนาการสูงตรงตามวัย

อาหารบำรุงสมอง

ถึงจะทำให้สมองของลูกน้อยเกิดการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งก็มีอาหารหลายอย่างที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีสมวัยให้กับลูก อาหารดังกล่าวมีอะไรบ้างที่มีสารอาหารช่วยเสริมสร้าง และพัฒนาระบบสมองของลูกให้ฉลาด วันนี้เราขอแนะนำสุดยอดอาหารที่บำรุงสมองและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดี

อาหารบำรุงสมอง ของลูกน้อย มีดังนี้

  • ทานเนื้อปลาเป็นประจำ บำรุงสมอง

เพราะเนื้อสมองของคนเราประกอบด้วยไขมัน ดังนั้นคุณแม่ควรเลือกอาหารบำรุงสมองของลูกด้วยไขมันชั้นดี ที่มีมากในเนื้อปลา ปลาทู ปลาซาดีน และปลาแซลมอน โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอนที่อุดมไปด้วย กรดไขมันดี มีโอเมก้า 3 DHA และEPA ที่ช่วยสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง สำหรับปลาที่หาทานได้ง่ายที่สุด และมีคุณค่าทางโภชนาการเช่นกัน นั่นคือ “ปลาทู” คุณแม่จึงควรให้ลูกทานปลาทูอย่างน้อย 3 มื้อต่อหนึ่งสัปดาห์ก็จะดีต่อสมองของลูกมากเลยทีเดียว

  • อยากความจำดี ไข่ไก่วันละฟองช่วยได้

ไข่ไก่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด มีสังกะสีและธาตุเหล็กสูง ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของสมอง ในไข่ 1 ฟองอุดมไปด้วยโปรตีนสูง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นไข่แดงจะมีปริมาณโปรตีนสูงมากกว่าไข่ขาว ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกทานไข่ไก่อย่างน้อยวันละ 1 ฟองค่ะ เพื่อเสริมสร้างสมองให้สมบูรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้มีความจำและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่ดีสมวัย

  • เพิ่มธัญพืช ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

ธัญพืช จะให้พลังงานสูง และมีเส้นใยอาหารที่ดี ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมบำรุงด้วยวิตามิน B ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำ และบำรุงสมองของลูกน้อย ธัญพืชต่าง ๆ เหล่านี้คุณแม่สามารถหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นรูปของ ซีเรียลพืช รำข้าว หรือข้าว – ซ้อมมือ คุณแม่ก็สามารถนำมาเป็นอาหารว่างให้กับลูกน้อยได้ ซึ่งในปัจจุบันได้มีผู้ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการสมองของเด็กให้ดี ด้วยการผลิตอาหารอบแห้ง ที่ทำมาจากธัญพืชนานาชนิด และมุ่งเน้นให้เด็ก ๆ ได้มีความสุขกับการรับประทาน ซีเรียลธัญพืชเหล่านี้

  • บำรุงสุขภาพด้วยการทานผัก

คุณแม่ที่อยากให้ลูกมีสุขภาพที่ดี ขับถ่ายเป็นเวลา การเลือกผักให้ลูกน้อยรับประทานจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะในผักต่าง ๆ อุดมไปด้วย วิตามิน B1, B2, B3, B6 และเส้นใยอาหารสูง ทำให้ระบบขับถ่ายของลูกเป็นไปอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้การทานผักเป็นประจำยังช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงเซลล์สมองให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วยค่ะ

  • ผลไม้เพิ่มความจำของระบบประสาทและสมอง

ผลเบอร์รี่ต่าง ๆ อุดมไปด้วยวิตามิน C และโอเมก้า 3 ทำให้เป็นผลไม้ที่เพิ่มความจำ บำรุงสมองและระบบประสาทให้ทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ยังป้องกันลูกน้อยจากไข้หวัด โรคลักปิดลักเปิด ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หากคุณแม่ให้ลูกน้อยทานผลไม้บ้างในบางมื้อจะทำให้ร่างกายของพวกเขา มีความสดชื่น พร้อมกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รอบตัวได้อย่างเต็มที่อีกด้วยค่ะ

  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ช่วยบำรุงสมองส่วนกลาง
- Advertisement -

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ไม่ว่าจะเป็นนมกล่องสำเร็จรูป นมสด หรือโยเกิร์ต ล้วนแต่มี โอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญต่อลูกน้อยที่ต้องการพลังงาน ไขมัน และแร่ธาตุสำคัญในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ในนมยังมีวิตามิน B12 ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมอง ช่วยในการมองเห็น และระบบประสาทส่วนกลางทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดด้วยค่ะ

อาหารที่เราได้แนะนำไปข้างต้น ล้วนแต่ดีต่อสุขภาพร่างกาย สมอง หัวใจและอื่น ๆ ของลูก และเป็นอาหารที่อยู่ใกล้ตัวคุณแม่ทั้งสิ้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องไปหาอาหารแพง ๆ หรือยาบำรุงสมองมาให้ลูกน้อยทานเลย เพียงแค่คุณแม่รู้จักนำอาหารเหล่านี้มาประกอบอาหารแบบใหม่ ๆ ให้ลูกน้อยได้ทาน รับรองว่า ลูกน้อยของคุณแม่จะเป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาดอย่างแน่นอนค่ะ แต่ข้อมูลขอเรายังมีต่อ มาดูกันว่าสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยมีอะไรบ้าง

สารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

  • โปรตีนชั้นดี

โปรตีนมีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกาย ให้มีการเจริญเติบโตที่สมวัย เสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเซลล์เนื้อเยื่อสำคัญ อย่างเช่นเซลล์สมอง แหล่งโปรตีนชั้นดีพบมากใน นม ไข่ เนื้อเนื้อปลา รวมถึงเมล็ดถั่วแห้งแต่คุณค่าทางอาหารรองลงมาจากกลุ่ม โปรตีนที่มาจากนม และเนื้อสัตว์

  • คาร์โบไฮเดรต เพิ่มพลังงาน

ให้พลังงานในการดำเนินชีวิต ในการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ลูกน้อยในวันนี้ควรได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน เพราะมีความต้องการพลังงานสูง คุณแม่จึงควรเน้นให้ลูกได้รับสารอาหารกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ แหล่งอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากแป้ง เผือก มัน น้ำตาล แต่คุณแม่ต้องจัดให้มีสัดส่วนที่พอดี ไม่ควรให้ลูกทานมากเกินความต้องการในแต่ละวัน ป้องกันการภาวะโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่ตามมากับการรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่สูงเช่นนี้

  • แคลเซียม และ ธาตุเหล็ก เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย

แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง พบมากในอาหารประเภทนม และปลาเล็กปลาน้อย ที่ลูกสามารถทานได้ทั้งกระดูก ส่วนธาตุเหล็ก จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กเช่นกัน เพราะ เหล็กมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ การเจริญเติบโตที่สมวัย การที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก จะทำให้เด็กมีอาการซึมเศร้า เฉื่อย เรียนรู้ช้า หากขาดมากอาจจะมีผลต่อหัวใจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ แหล่งอาหารที่พบธาตุเหล็กมาก ได้แก่ ตัว เครื่องในสัตว์ และผักใบเขียว

วิตามินเพิ่มพัฒนาการที่ดีสมวัย

  • วิตามิน A และวิตามิน D

วิตามิน A มีส่วนช่วยให้ผนังบุลำไส้ หลอดลม ถุงลม ท่อปัสสาวะแข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบการหายใจ และปัสสาวะ บำรุงสายตา แหล่งอาหารที่พบวิตามิน A มากได้แก่ ไข่แดง ตับ ผับใบเขียว และมะละกอสุก สำหรับวิตามิน D ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ลำไส้ดูซึมแคลเซียมเพื่อนำไปใช้สร้างกระดูกได้ดี แหล่งที่พบวิตามิน D มากได้แก่ แสงแดด ถ้าลูกขาดวิตามิน D อาจเป็นโรคกระดูกอ่อน หรือฟันผุได้ค่ะ

  • วิตามิน B รวม และวิตามิน C

ทำให้ลูกไม่เบื่ออาหาร เจริญเติบโตสมวัย แหล่งที่พบวิตามิน B รวม มากที่สุด ก็คือ ข้าวซ้อมมือ นม ไข่ แต่จะถูกทำลาย ส่วนวิตามิน C จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน และเส้นเลือด หากลูกได้รับวิตามิน C น้อยเกินไปอาจทำให้เลือดออกตามไรฟันได้ แหล่งอาหารที่พบวิตามิน C สูงได้แก่ ส้ม มะนาว และผลเบอร์รี่ต่าง ๆ

  • DHA ดีต่อสมอง

DHA พบมากในเนื้อปลา เป็นแหล่งของสารอาหารจำเป็นต่อเซลล์สมอง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง และสายตา ช่วยเพิ่มความจำ และป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นในเด็กได้อีกด้วยค่ะ

คุณแม่คงเห็นความสำคัญของสารอาหารเหล่านี้แล้ว ดังนั้น เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัยของลูกน้อย คุณแม่ต้องให้ความใส่ใจ เกี่ยวกับเรื่องโภชนาการให้มากนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก การให้ลูกน้อยทานแต่สิ่งดีมีประโยชน์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์ให้กับร่างกายแล้ว ยังช่วยให้พวกเขามีความฉลาด สามารถเรียนรู้กับสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY