เด็กเล่นสมาร์ทโฟน กับอาการหลับยาก และเคล็ดลับการฝึกลูกให้นอนเร็วขึ้น

3007
- Advertisement -

เด็กเล่นสมาร์ทโฟน เด็กเล็กที่ติดสมาร์ทโฟนมากเกินไป เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้คุณพ่อ คุณแม่เฝ้าระวังอย่าให้ลูกเล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ผลการวิจัยของอังกฤษยืนยันมาแล้วว่า การเล่นสมาร์ทโฟนหลายชั่วโมงของเด็กเล็ก มีผลต่อการนอน

เด็กเล่นสมาร์ทโฟน

อาจทำให้ลูกนอนหลับได้ยากกว่าปกติ มีความเครียด อารมณ์แปรปวน และเข้าสังคมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันได้ยาก ซึ่งวัยเด็กเป็นช่วงเวลาแห่งการเจริญเติบโต และเป็นวัยที่ต้องการนอนมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ร่างกายเกิดกระบวนการพัฒนาเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย แต่ถ้าคุณแม่ปล่อยให้ลูกนอนดึกทุกคืน อาจทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของพวกเขาได้นะคะ

เด็กเล่นสมาร์ทโฟน

การนอนดึกส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กเล็ก

การที่คุณแม่ปล่อยให้ลูกเล่นสมาร์ทโฟนนานเกินไป เด็กเล็กจะมีความรู้สึกว่าไม่อยากนอน ต้องการเล่นสมาร์โฟนเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้เด็กติดนิสัยในการนอนดึกไปในตัว คุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การนอนดึกส่งผลเสียต่อพัฒนาการของลูกน้อยอย่างไร ลองดูข้อมูลเหล่านี้แล้วคุณแม่จะรู้ค่ะ

  • ถ้าปล่อยให้ลูกนอนดึกเป็นประจำ เด็กจะมีอาการเหนื่อยง่าย อ้วนง่าย อ่อนเพลีย ร่างกายไม่แข็งแรง และไม่กระฉับกระเฉง หรือตื่นตัว
  • เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็กเล็กได้ ซึ่งเด็กจะมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าปกติ น้ำหนักส่วนสูงน้อย เพราะฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะถูกผลิตขึ้นในขณะนอนหลับ ถ้าร่างกายไม่ได้พักผ่อน ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะหยัดการทำงานลงนั่นเอง
  • ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเด็กจะลดลง ลูกจะรับรู้ได้ช้ากว่าเพื่อน เพราะร่างกายมีการพัฒนาการที่ช้า สมองก็จะทำงานลดลงเช่นเดียวกัน ทำให้กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่ายกายทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพเหมือนกับเด็กทั่วไป
  • เด็กเล็กจะมีความจำสั้น มีอาการหลงลืม ทำสิ่งต่าง ๆ ผิดพลาดบ่อย เพราะร่างกายขาดการพักผ่อนระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะสมองจึงมีการทำงานที่ช้าลง ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กในอนาคตได้
  • การนอนดึกจะทำให้อารมณ์ของเด็กแปรปวน มีอาการหงุดหงิดง่าย ไม่ร่าเริง ดูจะซึม ๆ ง่วงตลอดเวลา และที่สำคัญเด็กอาจมีอาการเบื่ออาหาด้วย ยิ่งเด็กไม่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ยิ่งทำให้ร่างกายไม่เจริญเติบโต และพัฒนาการที่ดีในอนาคตด้วย
  • ทักษะในการทำสิ่งต่าง ๆ ลดดลง เพราะความสนใจอยู่กับสมาร์โฟนเท่านั้น หรือสนใจสดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
  • พัฒนาการด้านการใช้ภาษาจะลดลง เด็กจะขาดทักษะในการฟัง การอ่าน และการพูด ทำให้การติดต่อสื่อสารหรือการเข้าสังคม เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา และอาจทำให้เด็กไม่สามารถเข้าสู่สังคมของเพื่อนได้
  • ทักษะในด้านต่าง ๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นด้านการคิดสร้างสรรค์ ด้านการคำนวณ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการนอนน้อย และร่างกายของเด็กพักผ่อนไม่เพียงพอ

เชื่อหรือไม่ ว่าการนอนที่เพียงพอจะทำให้ลูกฉลาดขึ้น

การนอนที่เพียงพอจะช่วยเพิ่มสารนิวโรโทนฟิน ที่มีบทบาทสำคัญต่อการงอกของเส้นประสาท การสร้างรอบเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท สามารถช่วยลดการตายของเซลล์ประสาทในเด็กได้ ซึ่งนักวิจัยชาวอังกฤษได้เผยผลการศึกษาว่า เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 – 7 ขวบขึ้นไป ควรหลักหลัง 21.00 น. จะทำให้ลูกมีความจำที่ดีขึ้น และพร้อมเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อลูกนอนเร็ว ก็จะสามารถตื่นเช้าได้อย่างสดใส เด็กจะมีพัฒนาการที่ดีสมวัย เพราะในขณะหลับร่างกายได้พัก แต่สมองก็ยังตื่นตัวอยู่ โดยมีการสร้างจุดเชื่อมต่อใหม่ ๆ ระหว่างสมองทั้งสองซีก ที่มีการเก็บประสบการณ์ที่ได้ในแต่ละวัน ไปเป็นข้อมูลเรียนรู้เพิ่มขึ้น แต่ถ้านอนไม่พอ สมองยังจัดระบบความคิดไม่เรียบร้อย เมื่อตื่นขึ้นเด็กจะมีอาการเบลอ มึนงง การเข้านอนแต่หัวค่ำจะเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกให้ดีขึ้น เด็กจะมีอารมณ์ดี มีสมาธิในการเรียนรู้ ร่างการเจริญเติบโตได้สมวัย

- Advertisement -

ทราบหรือไม่ว่า ผลการสำรวจประชากรทั่วโลก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่พบว่ามีปัญหาการนอน ทั้งนอนไม่หลับ นอนไม่พอ นอนไม่มีคุณภาพ จนเกิดการนอนไม่พอเรื้อรัง ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะต่าง ๆ สมาธิ ความจำ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงสมองทำงานได้ช้าลงอีกด้วย ดังนั้นการนอนของลูกจึงมากกว่าการพักผ่อน แต่เป็นการสร้างความจำ เพิ่มพูนความรู้ ให้สมองสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การนอนเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องดูแล ซึ่งเรามีเคล็ดลับการฝึกลูกให้นอนเร็วมาแนะนำ อ่านต่อได้เลยค่ะ

เคล็ดลับการฝึกลูกให้นอนเร็วขึ้น

  1. คุณแม่ต้องพาลูกเข้านอนแต่หัวค่ำ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้พวกเขานอนดึกบ้าง นอนแต่หัวค่ำบ้าง จนทำให้นาฬิกาชีวภาพในสมองเกิดความสบสน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ หน่วยความจำในสมองและเซลล์ประสาทก็ได้รับการพัฒนาได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้ และการจดจำของลูกน้อยจะเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. อ่านนิทานก่อนนอน เพิ่มพูนความรู้และพัฒนาสมอง การที่คุณแม่อ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกได้ฟังเป็นประจำ จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ผ่อนคลายสามารถหลับได้ง่ายและเร็วขึ้น การเล่านิทานโดยใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล จะช่วยกระตุ้นให้เซลล์สมองผ่อนคลาย และเป็นไปตามกระบวนการทำงานของร่างกายให้รู้สึกต้องการนอน การเล่านิทานก่อนนอนนอกจากจะทำให้ลูกน้อยหลับดีแล้ว ยังสานสัมพันธ์แม่ลูกให้ผูกพันกันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

การฝึกให้ลูกน้อยนอนเร็ว นอกจากจะดีต่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของลูกแล้ว ยังดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณแม่อีกด้วย การที่ลูกนอนเร็ว ก็เท่ากับว่าคุณแม่ได้พักผ่อนเร็วขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เริ่มฝึกลูกน้อยให้นอนหลับเร็วกันเถอะค่ะ

Photos from : curiosityflux

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY