ตรวจพบเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แพทย์เตือน ลูกอาจเป็นเด็กไจแอนท์

217
- Advertisement -

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เป็นอาการผิดปกติที่คุณแม่ต้องระวังและใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะอาจส่งผลอันตรายได้ทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์เลยทีเดียว

เบาหวานขณะตั้งครรภ์

โดยวันนี้คนท้อง.com ก็มีเรื่องราวแชร์ประสบการณ์เป็นเบาหวานตอนท้องมาแชร์ให้คุณแม่ได้อ่านกันอีกเช่นกัน ไปดูกันเลยว่าเรื่องราวของคุณแม่ท่านนี้จะเป็นอย่างไร

แชร์ประสบการณ์เป็น เบาหวานขณะตั้งครรภ์

คิดว่าคุณแม่มือใหม่หลายๆ คนคงจะพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่ตัวเองต้องเจอ  รวมถึง จขกท.ด้วยซึ่งมันก็เป็นข้อดีที่ทำให้เราพอจะเข้าใจมากขึ้นเวลาหมออธิบายเรา หรือเราสามารถเตรียมคำถามที่เราอยากรู้ไว้ถามหมอได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้อาการต่างๆ ของแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน การวินิจฉัยของหมอน่าจะเป็นคำตอบที่ดีถูกต้องแม่นยำกว่า

วันนี้ขอเข้ามาแชร์เรื่องเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์นะคะ เนื่องจาก จขกท. มีแม่เป็นเบาหวาน และตั้งครรภ์อายุมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงไปด้วย การเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ เป็นภาวะที่ร่างกายเราสร้างรกมีฮอร์โมนต่างๆเปลี่ยนแปลงทำให้อินซูลินเราไม่ปกติเหมือนก่อนตั้งท้อง แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกคนนะคะ หมอบอกว่าถ้าคลอดแล้วก็ต้องตามอีกทีว่าจะเป็นต่อหรือเปล่า

สำหรับ จขกท. คุณหมอนัดตรวจคัดกรองเบาหวาน ตอนอายุครรภ์ 23 สัปดาห์ โดยนัดมากินน้ำตาล 50 g ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารมาก่อน ลักษณะมันก็เป็นน้ำเชื่อมเหนียวๆ เจ้าหน้าที่ใส่น้ำแข็งมาให้ 2 ก้อน แล้วก็ให้น้ำเปล่ามา 1 แก้ว เราก็กินไป หลังจากนั้น 1 ชม. ให้มาเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลอีกครั้ง ขอแอบบอกว่าไปตรวจวันอาทิตย์ แต่วันเสาร์ที่บ้านมีเลี้ยงพระ จขกท จัดขนมมาเต็มที่ แถมมื้อเช้ายังกินก่อนไปเจอหมออีก ก็หมอไม่ได้ให้งดน้ำ งดอาหารนี่นา

พอฟังผล หมอแจ้งว่าค่ามาตรฐานคือต้องต่ำกว่า 140 แต่ผลของ จขกท. ออกมา 176 หมอก็ต้องบอกว่ามีความเสียงที่จะเป็นสูงสิคะ จากนั้นหมอก็บอกให้กลับไปคุมอาหารดูสัก 1 สัปดาห์ แล้วนัดมาตรวจแบบละเอียดอีกครั้ง การคุมอาหารหลักๆก็งดแป้ง น้ำตาลนี่ล่ะ ในสัปดาห์นี้ก็หลีกเลี่ยงขนม ซึ่งปกติก็ไม่ได้กินเท่าไร จขกท. จะกินเป็นมื้อๆ ระหว่างมื้อก็กินแต่นมวัว กะนมถั่วเหลือง ตอนเบรคเช้ากะบ่ายแค่นั้น ไม่ได้คุมอะไรเพิ่มมากนัก

ตรวจหาเบาหวานอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผ่านไป 1 สัปดาห์ อายุครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ กลับมาตรวจเบาหวานแบบละเอียด หลักการคืองดน้ำงดอาหารมาเจาะเลือด จากนั้นกินน้ำเชื่อม 100 g มากกว่าคราวก่อน 50 g แต่ยังดีที่มีน้ำเปล่าให้กินตาม 1 แก้วอยู่ พอไม่แสบคอจนเกินไป คราวนี้เจ้าหน้าที่แจ้งในบัตรนัดว่าให้เอามะนาวมาด้วย กันพะอืดพะอม เขาให้แค่แตะๆลิ้นเอาไม่ได้กินจริงจัง จากนั้นก็รอค่ะ ครบชั่วโมงที่ 1 กลับมาเจาะเลือด 1 ครั้ง ชม.ที่ 2 และ ชม.ที่ 3 ก็เช่นกัน เบ็ดเสร็จรวมได้เจาะเลือดไป 4 ครั้ง แล้วจึงไปกินข้าวได้

- Advertisement -

จากนั้นก็กลับมาฟังผลค่ะ โดยค่ามาตรฐานก็จะมี 4 ค่าตามที่เขาเจาะเราไปคือ

ระดับน้ำตาลที่งดอาหารมา มาตรฐาน  < 99 วัดได้ 92

หลัง 1 ชม.   มาตรฐาน < 190  วัดได้ 195

ผลหลัง 2 ชม.   มาตรฐาน < 165  วัดได้ 165

หลัง 3 ชม.  มาตรฐาน < 140  วัดได้ 99

การอ่านผล หมอบอกว่าถ้าผิดปกติ ตั้งแต่ 2 ค่าขึ้นไป ถือว่าเป็นเบาหวาน ของ จขกท. ผิดปกติ 1 ค่า แล้วก็ แตะค่าควบคุม 1 ค่า จึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์หมอสูติฯ จึงส่งตัวต่อไปหาหมอเบาหวาน และนักโภชนาการต่อเลยในวันนั้น แอบเศร้าใจอยู่

หมอเตือน หากไม่ควบคุม ลูกอาจเป็นเด็กไจแอนท์

หมอเบาหวานอธิบายว่า ภาวะนี้ถ้าไม่ควบคุม จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กไจแอนท์ และการที่เด็กได้น้ำตาลสูงจากแม่ตลอด พอคลอดออกมาไม่มีน้ำตาลก็อาจจะช๊อค หรือเป็นโรคเบาหวานได้ จากนั้นหมอก็ได้มอบอุปกรณ์การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองให้เป็นของปลอบใจ โดย Full course ของหมอคือวันละ 7 ครั้ง ได้แก่ ก่อนและหลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน โดยหลังมื้ออาหารให้เลือกว่าจะหลัง 1 ชม. หรือ 2 ชม. ก็ได้ สลับกันไป แล้วก็ให้จดทุกสิ่งที่กินไปด้วย  แต่หมอก็ไม่ได้ขนาดว่าต้องตรวจทุกมื้อ หมอให้ลองออกแบบเอาเอง กระจายเวลาเจาะมาให้หมอให้ครบทุกเวลา โดยใน 1 วันขอให้เจาะอย่างน้อย 3-4 ครั้งก็พอ  อุปกรณ์ที่ได้มาก็มีเครื่องวัด แผ่นเทสต์ เข็มเจาะ ซึ่งเข็มเจาะเนื่องจากเป็น รพ.เอกชนก็มีหลายแบบ แล้วแต่งบ จขกท.เลือกมาต้นทุนเข็มละ 2.8 บาท ส่วนแผ่นเทสต์เอาไว้เสียบกับเครื่องแล้วมาดูดเลือดปลายนิ้วเรา อันนี้ตกแผ่นละ 14 บาท สรุปว่าเจาะครั้งหนึ่งก็มีต้นทุน 16.8 บาท ส่วนเครื่องมี sponsor เขาดิวผ่าน รพ.ให้ยืมฟรี(แต่ขายอุปกรณ์เรานี่ล่ะ)

จากนั้นก็โดนส่งต่อไปหานักโภชนาการ เขาก็จะถามพฤติกรรมการกินของเราโดยปกติ โชคดีที่แฟนชอบถามว่ากินอะไรตอนมื้อเช้า กับกลางวัน จขกท. ขี้เกียจพิมพ์เลยส่งรูปผ่านไลน์ประจำ ทำให้มีรูปตัวอย่างอาหารให้ดูได้ทันที ซึ่งนักโภชนาการก็บอกว่าเท่าที่ดูก็ไม่ได้เสี่ยงอะไร เป็นการกินที่ค่อนข้างถูกต้องอยู่แล้ว (คือเน้นกินครบ 5 หมู่มาตั้งแต่ตั้งครรภ์ มีขนมหวานบ้าง)  อย่างไรก็ตาม ก็ต้องวัดค่าน้ำตาลตัวเองแล้วบันทึกไปให้หมอดูอีกที นัดอีกครั้ง 1 สัปดาห์ ถ้าค่าไม่ดีก็อาจต้องพิจารณาฉีดอินซุลิน แต่การที่ผลตรวจค่าน้ำตาลไม่ได้เกินมาตรฐานในค่าที่ 1 หลังอดอาหารมา ก็ให้อุ่นใจว่าการควบคุมอาหารยังเอาอยู่ ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้เองแล้ว

พอกลับมาบ้านก็เริ่มหาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง แอบกลัวต้องฉีดยาตัวเองนี่ล่ะ ข้อมูลของเพื่อนๆใน pantip ก็มีทั้งช่วยให้อุ่นใจ และหวั่นใจ มโนไปว่าตัวเองจะเป็นไหม  ต่อไปจะขอแชร์สิ่งที่ จขกท ทำแล้วเห็นผลชัดเจนนะคะ

1.ปริมาณข้าวที่กินอยู่ที่ 1 ทัพพี/มื้อ เน้นเนื้อกับผักเพิ่มเอา ค่าไม่เคยเกินที่หมอบอกเลย (หมอบอกว่าวัดก่อนอาหารค่าอยู่ที่ 60-95 หลัง 1 ชม. อยู่ที่ไม่เกิน 140 หลัง 2 ชม. ต้องไม่เกิน 120 )

2.เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องล้วนทันที ซึ่งข้อนี้สำคัญ เพราะจากการทดลองตนเองพบว่าในปริมาณการกินเท่ากัน วัดเวลาเดียวกันคือ 1 ชม.หลังอาหาร พบว่าข้าวขาวน้ำตาลสูงมาก จากการวัดตัวเอง 7 วัน มีเกินเพียง 1 มื้อ คือมื้อที่กินข้าวขาวนั่นเอง แต่ จขกท ได้ลองวัด ชม.ที่ 2 ต่อ ก็ลงมาต่ำกว่ามาตรฐาน

3.ผลไม้สังเกตเองว่าแตงโมน้ำตาลเยอะ ก็กินฝรั่งกับมะละกอเป็นส่วนใหญ่(ถ้าอยากกินเยอะ )สลับกับแก้วมังกร มังคุด เงาะบ้าง แต่ต้องกินพอประมาณ ดูจากผลน้ำตาลหลังกินประกอบเอา ค่อยๆทะยอยเพิ่มนะ จะได้ไม่เกิน

4.มื้อไหนอยากกินขนม ก็กินคำเดียวพอ ถ้าเผลอกินอะไรมาก ก็อย่าลืมวัดหลังกินด้วย

วัดค่า 1 สัปดาห์ไปให้หมอดู จากการวัดตัวเอง ก็อยู่ในค่าตลอด หลังจากติดตามตัวเองครบ 1 สัปดาห์ ก็งดน้ำงดอาหารไปตรวจแลปและพบหมอ ผลออกมาคือค่าตรวจหลังงดน้ำอาหารมา 6-8 ชม. ได้ 83 (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 60-95) ค่าหลังอาหาร 1 ชม วัดได้ 99 (ค่ามาตรฐานต้องน้อยกว่า 140) ซึ่งปกติค่าหลังอาหาร 1 ชม ที่เคยวัดได้จะอยู่แถวๆ 110 แต่วันตรวจกลัววัดได้สูง เลยกินไม่มาก ส่วนอีกค่าที่หมอตรวจคือระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือด ค่าปกติอยู่ที่ 4-6.5 ของ จขกท วัดได้ 5.2 หมอบอกว่าเป็นการ confirm ว่าไม่ได้เป็นเบาหวานมาก่อนตั้งครรภ์แน่อนอน

หมอจึงสรุปว่า จขกท เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แต่มีพฤติกรรมการกินที่สามารถควบคุมภาวะนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดยา ไม่จำเป็นต้องมาหาหมอบ่อย หมอเลยนัดอีกทีพร้อมหมอสูติฯคราวหน้าไปเลย โดยหมอบอกว่าไม่ต้องวัดน้ำตาลทุกมื้อแล้ว ให้วัดเฉพาะมื้อที่เรากินเยอะกว่าปกติ หรือมื้อพิเศษแทนก็พอ เพื่อตัวเองจะได้รู้ว่ามันมากไปหรือเปล่า เลยพอคลายความวิตกไปได้ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์กับคุณแม่มือใหม่บ้าง

ขอบคุณที่มา : Pantip

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.แม่ท้องเป็นเบาหวาน ลูกในท้อง จะเป็นเบาหวานด้วยหรือไม่
2.การควบคุมและความสำคัญของโภชนาการ สำหรับแม่ท้องที่เป็นเบาหวาน