เป็นอีสุกอีใสตอนท้อง อย่าชะล่าใจ โรคนี้น่ากลัวกว่าที่คิด

233
- Advertisement -

เป็นอีสุกอีใสตอนท้อง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะแม่ๆ เพราะโรคนี้อาจส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ได้มากกว่าที่คิด ซึ่งวันนี้เราก็มีเรื่องเล่าประสบการณ์จริงจากคุณแม่ที่เคยเป็นอีสุกอีใสตอนท้องมาฝากกัน

เป็นอีสุกอีใสตอนท้อง

โดยเรื่องราวของคุณแม่ท่านนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องมาดูกันเลย

ขอแชร์ประสบการณ์ เป็นอีสุกอีใสตอนท้อง

ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราเป็นคุณแม่มือใหม่ ตอนนี้ลูกชายอายุจะครบ 4 เดือนวันที่ 5 กพ. นี้แล้วค่ะ เราอยากมาแชร์ประสบการณ์เป็นอีสุกอีใสระหว่างตั้งครรภ์ เพราะมันน่ากลัวจริงๆ

เข้าเรื่องเลยนะคะ เราเป็นอีสุกอีใสช่วงอายุครรภ์10 สัปดาห์กว่าๆ เริ่มจากมีไข้ต่ำๆอยู่ 2 วัน ตอนบ่ายสังเกตเห็นมีตุ่มใสๆขึ้นที่หน้าอก 2 เม็ด เราถ่ายรูปส่งให้สามีดู นางบอกให้รีบไป รพ เลย มันเหมือนตุ่มอีสุกอีใส นางถามเราว่าเคยเป็นมั้ย เราก็จำไม่ได้ บอกว่าน่าจะเป็นแล้วนะ(เราเข้าใจว่าเราเป็นอีสุกอีใสแล้วตอนเด็กๆ ซึ่งจริงๆตอนนั้นคือออกหัด ซึ่งอาการมันก็มีตุ่มขึ้นคล้ายกับอีสุกอีใส)

พอไป รพ เอกชนแห่งนึง แถวประชาชื่น หมอก็บอกว่ามันเหมือนตุ่มอีสุกอีใส ถ้าเป็นคนไข้ปกติหมอคงจ่ายยาแล้วให้กลับบ้านได้ แต่นี่ตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ ต้องให้แอดมิท แล้วให้หมอเฉพาะทางการติดเชื้อตรวจดูอีกที หมอถามว่าไปติดใครมา คนที่บ้านมีใครป่วยรึเปล่า ซึ่งเราอยู่กับสามี 2คนที่บ้านและนางไม่ได้ป่วย แต่เราไปทำงานโดยรถสาธารณะ(ทั้งเรือ รถเมล์ รถตู้ บีทีเอส ก็ไม่รู้ไปติดใครมา สามีเคยบอกแล้วว่าให้ใส่หน้ากากอนามัยเวลาไปข้างนอก แต่เราดื้อไม่ใส่เพราะมันเกะกะ หายใจไม่ค่อยออก)

จำได้ว่าไป ถึง รพ ก็ตอนเย็นแล้ว เกือบๆ 5 โมงแอดมิทเข้าห้อง สามีเราเลิกงานก็รีบมาหา ประมาณทุ่มนึง หมอเฉพาะทางก็มาดู บอกว่าเป็นchicken pox แน่นอน รีบสั่งยาต้านเชื้อไวรัสให้ทันที ซึ่งยาตัวนี้เป็น type เฉพาะที่สามารถจ่ายให้คนท้องได้โดยมีกระทบกับเด็กในท้องน้อยที่สุด(ราคาจะสูง และบาง รพ ก็ไม่สต็อคยาตัวนี้ไว้ แต่โชคดีที่ รพ นี้มี)

คุณหมออธิบายถึงความรุนแรงของโรค

คุณหมออธิบายว่า โรคอีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัส กรณีติดเชื้อช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกกำลังอยู่ระหว่างสร้างอวัยวะต่างๆ อาจส่งผลให้เด็กพิการได้ ความเสี่ยงประมาณ 20% แต่เรามาถึง รพ เร็ว ได้รับยาต้านไวรัสเร็ว ความเสี่ยงก็อาจจะลดลงมา แต่หมอไม่ยืนยัน ว่าลูกจะพิการหรือไม่พิการ ต้องติดตามอาการไปเรื่อยๆก่อน

- Advertisement -

คุณหมอพูดตรงมาก และอธิบายละเอียดมาก เราได้ฟังถึงกับน้ำตาไหล แต่หมอก็บอก คุณแม่ต้องเข้มแข็งห้ามเครียด ต้องพยายามทำจิตใจและร่างกายให้แข็งแรงที่สุด เพื่อที่ลูกในท้องจะได้แข็งแรงไปด้วย หลังจากคุณหมอเฉพาะทางติดเชื้อกลับไป ก็มีหมอสูติฯเข้ามาอีก คุณหมอก็พูดคล้ายๆกัน เกี่ยวกับเรื่องความเสี่ยง ซึ่งในตอนนี้

เราติดเชื้อไปแล้ว เป็นโรคไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องติดตามดูอาการกันต่อไป คุณแม่ต้องเข้มแข็ง สามีเรานี่เครียดมาก คุยกับเราไปถึงว่า ถ้าลูกไม่สมบูรณ์จริงๆ จะเอายังไงดี จะยุติการตั้งครรภ์มั้ย ตอนนั้นบอกตรงๆว่าตันไปหมด คิดอะไรไม่ออก นอนร้องไห้อยู่หลาย ชม. แต่พยาบาลน่ารักมาก คอยปลอบตลอด

สุดท้ายต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาล

เรานอน รพ อยู่ 5 วัน หมอจ่ายยาต้านไวรัสให้หลายโดส(จำไม่ได้ว่ากี่โดส) หมอสูติฯ คอยมาดู ถามตลอดว่ามีเลือดออกมั้ย ปวดท้องรึเปล่า มาอัลตร้าซาวด์ดูหัวใจน้องทุกวัน แต่เราอาการปกติ ไม่ปวดท้อง ไม่มีเลือดออก ตุ่มที่ตัวก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งหน้า ทั้งตัว แขนขา แม้กระทั่งบนหัว

คุณหมอติดป้ายหน้าห้องว่า “ติดเชื้อไว้” สั่งพยาบาลคอยสกรีนคนมาเยี่ยม ถ้ายังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส งดเยี่ยม คนที่เป็นแล้วเยี่ยมได้ แต่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ส่วนเราก็อยู่เฉพาะในห้อง ห้ามออกมาเดินข้างนอกเพราะเป็นชั้นที่มีเนอสเซอรี่เด็กอ่อนด้วย

หลังออกจาก รพ คุณหมอให้หยุดอยู่บ้านอีก 1สัปดาห์ จนกว่าแผลจะแห้งตกสะเก็ดทั้งหมด หมอสูติก็นัด follow up คอยอัลตร้าซาวด์ดูสมอง ดูหัวใจ ติดตามให้ตลอด ส่วนเรากับสามี ตระเวนไหว้พระ ขอพร ขอให้ลูกแข็งแรงเกิดมาครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ บอกตรงๆว่ามีความกังวลตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ จนเข้าเดือนที่ 7 คุณหมอยืนยันว่าน้องมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

จริงๆท้องนี้ เรามีภาวะหลายอย่างมาก ทั้งเจาะเลือดตรวจโครโมโซม เช็คภาวะดาวน์ฯ แทนการเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงในการแท้ง แล้วยังเจาะเลือดตรวจเบาหวานไม่ผ่านด้วยในรอบแรก จนต้องมาเจาะเลือดซ้ำ อีก 4 เข็ม ผลเลือดผ่าน 2 ใน 3 เราจึงค่อนข้างกังวลมาก แต่โชคดีที่สามีน่ารัก นางเอาใจใส่เรามากเป็นพิเศษ คอยดูแลไปรับ-ส่งที่ทำงาน คอยทำกับข้าวอร่อยๆให้กิน คอยพูดคุยตลกๆให้เราอารมณ์ดีตลอด

นัดอัลตร้าซาวด์ทีไร หมอก็บอกว่าน้องตัวโตแข็งแรงสมบูรณ์(ทั้งดิ้นทั้งถีบ แรงดีมาก) จนเราตัดสินใจผ่าคลอด ตอนอายุครรภ์ครบ 38 สัปดาห์ เพราะน้องตัวใหญ่กว่าอุ้งเชิงกราน น้องคลอดออกมาครบถ้วนสมบูรณ์ น้ำหนักแรกคลอด 3.770 กรัม ตัวใหญ่จ้ำม่ำสุดในห้องเนอสฯเลย ปัจจุบัน น้องกินนมแม่ 100% แข็งแรงสมบูรณ์ยังไม่เคยป่วยเลยค่ะ ถือว่าเราโชคดี ที่คอยสังเกตตัวเองตลอด พอป่วยก็รีบไป รพ ได้ยาต้านไวรัสทันท่วงที น้องก็เลยไม่เป็นอะไร ถือว่าโชคดีมากๆค่ะ

ต้องบอกเลยว่าโรคอีสุกอีใสไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ดังนั้นหากพบว่าเป็นอีสุกอีใสตอนท้อง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาในทันที ซึ่งโรคนี้หากรักษาได้ทันก็จะทำให้ลูกน้อยปลอดภัยมากขึ้น

ขอบคุณที่มา : Pantip

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.อีสุกอีใสในแม่ท้อง และผลกับลูกน้อยในครรภ์
2.โรคอีสุกอีใส อาการและวิธีการดูแลรักษาที่พ่อแม่ต้องรู้

LEAVE A REPLY