แชร์ประสบการณ์จริง เมื่อแท้งลูกตอน 25 สัปดาห์ แม่ยังรักและคิดถึงหนูเสมอนะ

3172
- Advertisement -

เมื่อตั้งครรภ์ ไม่มีคุณแม่ท่านไหนอยากให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดอย่างการ แท้งลูก หรอกจริงไหม แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ ดังกรณีของคุณแม่ท่านนี้ที่ต้องเสียลูกน้อยในครรภ์ไปตอนอายุครรภ์แค่ 25 สัปดาห์เท่านั้น เราไปดูเรื่องราวของเธอกันเลยดีกว่าค่ะ

แท้งลูก

ขอแชร์ประสบการณ์ แท้งลูก ตอนอายุครรภ์ 25 สัปดาห์

นี่เป็นกระทู้แรกของเรา ถ้าเราพิมแล้วอ่านยากขอโทษด้วยนะคะ เราอายุ 31 ค่ะ รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ตอนเดือนมีนาคม (ปล่อยตั้งแต่ประมาณกันยายนปีที่แล้ว)

หลังจากที่รู้ว่าท้อง เรายังไม่ไปฝากครรภ์ค่ะ เพราะเพื่อนบอกว่า ปกติแล้วจะเห็นตัวอ่อนช่วง 7วีคขึ้นไป เลยรอให้ครบ7วีคก่อน เราเป็นคนประจำเดือนมาตรงตลอด และจดวันที่ประจำเดือนมาทุกรอบตั้งแต่ปล่อยมีน้อง เลยค่อนข้างแน่ใจว่าวันไหนที่อายุครรภ์ครบ7วีค ..

พอวันที่ 10 มีนาคม เป็นวันที่อายุครรภ์เราครบ 7วีคพอดี เราเตรียมตัวไปหาหมอแต่เช้า แต่เราตื่นประมาณ7โมงมาทำกับข้าว ระหว่างที่กำลังทำ เรามีเลือดออกมาเยอะมากสีแดงสด (เยอะกว่าประจำเดือนมา) ไหลลงมาตามขาเรา เราตกใจตะโกนเรียกแม่สามี ว่าเลือดไหล แม่สามีเลยไปตามสามีให้พาไปรพ. ตอนนั้นเราร้องไห้เลยค่ะ คิดว่าลูกเราจะไม่อยู่กับเราแล้ว

สามีรีบขับรถไปโรงพยาบาลที่ตั้งใจจะฝากครรภ์ ไปถึง คุณหมอให้อัลตร้าซาวด์ ทางช่องคลอด ปรากฏว่าน้องยังอยู่ดี หัวใจเต้นแต่เจริญเติบโตตามอายุครรภ์ปกติ คุณหมอลงความเห็นว่าเรามีภาวะแท้งคุกคาม ให้ฉีดยากันแท้งและให้ยากันแท้ง (เป็นฮอร์โมนเม็ดสีขาว) กลับมาทาน และให้เรางดนั่งรถไกลๆ ห้ามขับรถ งดทำงาน พยามนอนนิ่งๆ จนกว่าอายุครรภ์จะเลย 12วีค เราจึงจำเป็นต้องลาออกจากงานตอนนั้น เพื่อรักษาลูกไว้ คุณหมอจะนัดเราทุกๆ2อาทิตย์ เพื่อติดตามอาการ เลือดเราหยุดไหลประมาณ 2วันหลังจากวันนั้น แต่จะมีเลือดค้างเป็นสีคล้ำๆ ไม่ใช่สีแดงสดออกมากระปริบกระปรอยเรื่อยๆ หลังจากนั้น เราก็เริ่มดูแลตัวเอง ทานอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 3มื้อ (ปกติเราไม่ค่อยทานอาหารตรงเวลา และไม่ครบมื้อ) จากคนที่ต้องทำงานทุกวัน ก็มานั่งๆนอนๆอยู่บ้าน เราเริ่มเบื่อ เพราะปกติเราเป็นคนที่ต้องทำอะไรตลอดเวลา (เรามีอาชีพอีกอาชีพคือรับสักคิ้วค่ะ) หลังจากนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านจนอายุครรภ์ใกล้ครบ 12วีค เราเลยเริ่มรับงานสักคิ้ว แต่พอเราไปสักได้ 2คน เลือดเราก็ออกมาอีกค่ะ ไม่ใช่เลือดสด แต่ออกมาเยอะมาก เราตกใจเลยขออนุญาตลูกค้ากลับก่อนเพราะกลัวจะมีผลกระทบอะไร หลังจากนั้นเราเลยไม่กล้ารับงานพักนึงเลยค่ะ รอจนพบคุณหมออีกรอบ พออายุครรภ์ครบ 14วีค เราก็ไปอัลตร้าซาวด์อีกรอบ ตอนนี้ลูกเราโตแล้วค่ะ ดิ้นใหญ่เลยตอนที่คุณหมอซาวด์ คุณหมอบอกว่าน้องแข็งแรงดี โตตามเกณฑ์ เราเลยเริ่มสบายใจ เลยเริ่มกลับมารับงาน ระหว่างนั้น เราเริ่มรู้สึกได้ว่าลูกดิ้นแล้ว เราคุยกับเค้าทุกวัน ร้องเพลงให้เค้าฟัง เวลาสามีเรามาคุยเค้าก็จะดิ้นใส่เป็นประจำ จนกระทั่งอายุครรภ์เราเข้าเดือนที่6 (24วีค) เราไปหาหมอตามนัด (ก่อนหน้านี้ก็ไปหาทุกครั้งที่หมอนัดตามปกติ ซึ่งเราซาวด์ทุกครั้งเพราะอยากแน่ใจว่าลูกเราโตตามเกณฑ์ แข็งแรงปกติดี คุณหมอจะซาวด์ทุกอย่าง วัดรอบศีรษะ  วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง วัดเนื้อสมอง ดูหัวใจ กระเพาะอาหาร น้ำคร่ำ ดูปากแหว่ง ซึ่งทุกอย่างปกติดีมาตลอด) พอซาวด์รอบนี้ เราเริ่มอ่านค่าเป็น คุณหมอวัดทุกอย่างตามปกติ แต่เราเห็นค่าที่หน้าจอ เหมือนว่าอายุครรภ์กับขนาดของลูกเราแปลกๆ คืออายุครรภ์ตอนนั้นเรา 24+5วีค แต่ซาวด์แล้ว รอบศีรษะน้อง เท่ากับ 22+- 10 วีค เราเลยถามหมอขึ้นมา เพราะหมอไม่ได้พูดอะไร เราถามว่า น้องตัวเล็กมั้ยคะ หมอตอบว่า น้องผอมไปหน่อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ ไม่มีอะไรผิดปกติ หัวใจยังเต้นดี น้ำคร่ำปกติ แต่เราต้องบำรุงตัวเองเพิ่ม เน้นกินโปรตีน เลี่ยงแป้ง น้ำมัน น้ำตาล เราก็โอเค หมอก็สอนเรานับลูกดิ้น ว่าปกติน้องต้องดิ้นหลังเรากินเสร็จ ถ้านับแล้วดิ้นเกิน3ครั้ง ถือว่าโอเค แต่เชื่อเถอะค่ะ คุณแม่ท้องแรก ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแน่ใจว่าแบบไหนคือลูกดิ้น และบางทีคุณแม่ที่ทำโน้นทำนี่บ่อยๆ มักจะลืมนับว่าลูกดิ้นหรือไม่ดิ้นนานแค่ไหนแล้ว หลังจากที่เราหาหมอได้ 4วัน

วันที่เราต้องใจสลาย

วันที่ 14 ส.ค. ช่วงเช้าเราตื่นมากินข้าว หลังจากที่เรากินข้าวเราก็รู้สึกว่าลูกดิ้น ปกติ หลังจากนั้นเราก็ไปซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน แล้วขึ้นห้องมางีบหลับ ตอนประมาณ 15.00 น. เราตื่นอีกที 16.30 น. หลังจากนั้นเราเริ่มเอะใจว่าลูกไม่ดิ้นหลังจากเราทานข้าวเย็นตอน 18.00น. สามีเราโทรมาหาตอน 20.00 น. เราบอกสามีว่า เราไม่รู้สึกว่าลูกดิ้น สามีเราบอกให้ลองเปิดเพลงให้ลูกฟัง เราเลยเปิดเพลงให้ลูกฟัง ก็ยังไม่ดิ้น จนสามีเรากลับจากทำงานตอนประมาณ 21.00 น. เราไลน์ถามหมอ หมอบอกให้เราไปตรวจที่รพ. มีหมอเวรเข้าอยู่ เราเลยให้สามีรีบขับรถไปตรวจ .. ถึงรพ. 21.30 น. แต่เรานั่งรอเกือบครึ่งชม. ถึงมีคนเข็นพาเราขึ้นไปที่ห้องรอคลอด.. ตอนนั้นใจเราไม่ดีมากๆ แต่ก็ยังภาวนา ขอให้ลูกแค่หลับยาว .. แต่ไม่มีอะไรช่วยลูกเราได้.. หลังจากที่พยาบาลพยามหาเสียงหัวใจลูกเราโดยใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจอยู่นานพอสมควร จนเราต้องเอ่ยปากถามว่า ซาวด์เลยได้มั้ยคะ.. พยาบาลถึงไปตามหมอเวรมาซาวด์ดู .. (ตอนแรกเหมือนหมอใช้เครื่องไม่เป็น) แต่พอซาวด์ดูซักพัก หมอเงียบไม่พูดอะไร จนเราต้องถามขึ้นมาว่า “เจอมั้ยคะ.. เจอหัวใจน้องมั้ย..” หมอตอบเราว่า สักครู่นะครับ

หมอเอาเครื่องมือถูหน้าท้องเราอีกสักพัก ก็พูดขึ้นมาว่า น่าจะแน่นอนแล้วแหละ .. ปกติหัวใจต้องอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ไม่มีสัญญาณของหัวใจเต้นเลย .. เราช็อคมาก รับไม่ได้ ความรู้สึกทุกอย่างมันถาโถมเข้ามา มีแต่คำถามในหัวว่า “ทำไมๆๆๆ” เราถามหมอออกไปว่า “ทำไมอะคะ .. ก่อนหน้านี้4วันเราเพิ่งมาหาหมอเอง หมอบอกทุกอย่างปกติ ทำไมวันนี้น้องหัวใจหยุดเต้น!!? ช่วยอะไรน้องได้มั้ยคะ” หมอตอบเราว่า ไม่ทันแล้วครับหัวใจน้องหยุดเต้นไปแล้ว ..เราแทบขาดใจตรงนั้น อยากจะตายตามลูกไปเลย เราไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าตัวเราเองทำอะไรผิด อยากรู้สาเหตุ ในหัวเราตีกันไปหมด เราเริ่มร้องไห้ฟูมฟายพยาบาลเลยถามหมอว่าให้ไปตามสามีเข้ามามั้ย พอสามีเราเข้ามา เราร้องเหมือนคนบ้า เราทำใจไม่ได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป พยาบาลปล่อยให้เราร้องไห้อยู่กับสามีพักนึง หมอเวรก็เดินเข้ามาบอกว่าเค้าโทรแจ้งกับหมอที่เราฝากครรภ์เรียบร้อยแล้ว หมอให้เรากลับบ้านก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่ เราถามหมอว่ามันเกิดจากอะไร หมอบอกต้องรอน้องออกมาก่อนถึงจะบอกได้.. ณ ตอนนั้น เราหมดแรง หมดกำลัง กลับถึงบ้านตอนเที่ยงคืน เราโทรหาแม่ บอกแม่แม่เราก็ร้องไห้ไปกับเรา แม่เราพยามปลอบใจเรา แต่ตอนนั้นไม่มีคำพูดไหนที่จะทำให้เราทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย เราอาบน้ำแล้วร้องไห้ นอนร้องไห้กับสามีทั้งคืน สวดมนต์ขอให้มีปาฏิหารย์เกิดขึ้นกับลูกของเรา จนเช้าของอีกวัน เราไปหาหมอที่เราฝากครรภ์ เค้าอัลตร้าซาวด์ให้เราอีกครั้ง เพื่อยืนยัน .. ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเราและลูก.. ลูกของเราจากไปแล้วจริงๆ .. เราไปแต่นั่งร้องไห้ แม่กับพี่น้องเรามาหาเราที่รพ.แต่เช้า ทุกคนกอดเราและร้องไห้กับเรา ณ ตอนนี้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือขอให้ลูกไปสู่สุคติ ถ้าหากเรามีบุญต่อกันขอให้ลูกกลับมาเป็นลูกของแม่อีกนะลูก กระทู้นี้เราตั้งใจมาโพสเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คุณแม่มือใหม่ทุกคน เฝ้าสังเกตตัวเอง และ การดิ้นของลูกให้ดีๆนะคะ ถ้าลูกไม่ดิ้นเกิน1ชม. รีบหาหมอเถอะค่ะ อย่าไปกลัวว่าพยาบาลหรือหมอจะหาว่าคุณระแวงเกินไป เพราะเกิดอะไรขึ้นมาแล้ว มันน่าเสียใจยิ่งกว่านั้นเยอะค่ะ ตอนที่เราพิม สภาพร่างกายของเราดีขึ้นมาระดับนึงแล้วค่ะ พระที่ทำพิธีให้ลูกเราท่านบอกว่า เค้าอาจจะยังไม่แข็งแรงพร้อมที่จะมา เค้าไปตอนนี้ดีกว่าออกมาแล้วเค้าเจ็บป่วย ทรมานตัวเค้า และเราจะทรมานกว่านี้ถ้าเห็นลูกเจ็บ .. สู่สุคตินะลูกรักของแม่ แม่จะรักและคิดถึงหนูเสมอ..

- Advertisement -

สิ่งที่ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีอาการใดๆ ควรรีบไปหาหมอทันทีอย่าชะล่าใจเด็ดขาด โดยเฉพาะหากมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์หรือลูกไม่ดิ้น เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายนั่นเอง

ขอบคุณที่มา : Pantip

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย…..

1.เล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์ท้องลม เตือนแม่ๆ มีอาการแบบนี้ควรหาหมอทันที
2.แชร์ ประสบการณ์คลอดลูก ที่เจ็บมาก แต่แค่เห็นหน้าลูกก็มีความสุขจนลืมเจ็บ