แพ้อสุจิสามี โรคสุดแปลกที่เกิดขึ้นจริง เป็นอย่างไรไปดูกันเลย

544
- Advertisement -

ทำไงดีเมื่อ แพ้อสุจิสามี !! คู่สามีภรรยาหลายคู่ หลังจากแต่งงาน ได้ครองรักกันอย่างมีความสุข แต่ในบางคู่ ผู้หญิงกลับรู้สึกไม่มีความสุข หลังจากได้ร่วมหลับนอนกับสามี

ซึ่งเป็นปัญหาที่ลับสุดยอด บอกใครไม่ได้ว่า การที่มีอาการเป็นผื่นแดง ตุ่มใส แสบร้อนในช่องคลอดนั้นเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ วันนี้เราจะมาไขความลับ โรคแพ้อสุจิสามีให้ทุกคนได้ทราบกันว่ามีอยู่จริง ซึ่งในต่างประเทศมีผู้หญิงที่เป็นโรคนี้กันมากเลยทีเดียว

สาเหตุของโรค แพ้อสุจิสามี

ผู้แพ้อสุจินั้น เกิดจากการแพ้สารโปรตีนบางชนิดในน้ำอสุจิ โดยร่างกายจะเกิดการต่อต้านอเมื่อมีการสัมผัสเช่นเดียวกับการแพ้อาหารทะเล และการแพ้อาหารชนิดอื่น ๆ

อาการของโรคแพ้อสุจิ

โดยโรคแพ้อสุจิ จะมีอาการที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

1.แสบร้อนในช่องคลอด

จะเกิดขึ้นหลังจากมีเพศสัมพันธ์ 10-30 นาที ฝ่ายหญิงจะมีอาการแสบร้อนบริเวณช่องคลอด พร้อมทั้งมีอาการคันร่วมด้วย หลังจากนั้นจะมีอาการปวดบวม แดง

2.มีอาการแพ้บริเวณผิวที่สัมผัส

- Advertisement -

เกิดการแพ้ที่ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับน้ำอสุจิ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดของร่างกาย ที่ได้สัมผัสกับน้ำอสุจิ จะเกิดอาการแพ้ได้ทั้งสิ้น แต่อาการจะแสดงออกหลังจากสัมผัสน้ำอสุจิมา อย่างเร็วแล้ว 2-3 ชั่วโมง หรืออย่างช้า 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไวต่อสารโปรตีนของร่างกายผู้หญิงด้วย

3.เป็นผื่นลมพิษทั้งตัว

มีอาการเป็นผื่นลมพิษทั้งตัว พร้อมกับหายใจลำบาก ทั้งนี้ในบางรายอาจมีอาการแพ้อสุจิอย่างรุนแรง หลังจากได้สัมผัสกับน้ำอสุจิมาแล้ว จะมีอาการของโรคลมพิษทั้งตัว ผื่นแดงขึ้นเห่อ จนทำให้มีอาการบวมทั้งร่างกายภายนอก และภายในร่างกาย หลอดลมจะตีบ ส่งผลให้การหายใจติดขัด หายใจหอบ จนมีความดันโลหิตต่ำ บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ อาเจียนด้วย และอาจทำให้เสียชีวิตได้

วิธีสังเกตว่าตัวเอง มีอาการแพ้อสุจิหรือไม่

ผู้ที่มีอาการดังกล่าว สามารถตรวจสอบตัวเองได้ โดยการใช้วิธีสวมถุงยางอนามัย กับการไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าหากแพ้มีอาการขณะไม่สวมถุงยางอนามัย ก็ถือได้ว่าเป็นคนแพ้อสุจิ ทางกลับกันถ้าสวมถุงยางแล้วมีอาการแสบร้อนช่องคลอด บวมแดง ก็เป็นเพราะเป็นอาการของการแพ้สารบางชนิด ในถุงยางอนามัยนั่นเอง

การป้องกันโรคแพ้อสุจิ

โรคแพ้อสุจิสามี สามารถป้องกันได้ โดยมีวิธีการป้องกันอดังต่อไปนี้

1.ในรายที่ยังไม่ต้องการมีบุตร ให้ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำอสุจิโดยตรง

2.ในรายที่มีอาการแพ้มาก เมื่อมีการพบแพทย์แล้ว แพทย์จะเป็นผู้ทำการรักษา โดยการใช้วิธีการของทางแพทย์อนำอสุจิมาฉีดเข้าร่างกายผู้หญิงเพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน จะได้ต่อต้านน้อยลง

การแพ้อสุจิ มีปัญหาต่อการมีบุตรหรือไม่

แท้จริงแล้วการแพ้อสุจิไม่ได้มีผลต่อการตั้งครรภ์แต่อย่างใด อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบถึงความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ด้วย เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้ารับการปรึกษากับคุณหมอ เพื่อได้รับการแนะนำให้มาปฏิบัติตนเองอย่างถูกต้อง ปัญหาในเรื่องนี้ จะได้รับการแก้ไขจนคลี่คลายไปได้ด้วยดี

อาการแพ้อสุจิ ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ยินกันมากนัก แท้ที่จริงแล้วทางการแพทย์ของไทย ก็ได้รับการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ เข้ามาทำการรักษามากพอสมควร ฉะนั้นถ้าหากคุณผู้หญิงหลาย ๆ ท่านที่กำลังประสบกับปัญหาแบบนี้อยู่แล้วละก็ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบเข้าไปพบสูตินารีแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการดูแล แก้ไข จะได้ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขนั่นเอง

= = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ยาฆ่าเชื้ออสุจิ คุมกำเนิดแบบชั่วคราว มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และมีผลข้างเคียงหรือไม่
2.8 เรื่องของอสุจิ ที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน