แม่ท้องเป็นอีสุกอีใส ลูกน้อยในครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

0
2051
- Advertisement -

ในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์อยู่นั้น  การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง  เพราะไม่ได้หมายความถึงสุขภาพของคุณแม่เทานั้น แต่ยังหมายถึงสุขภาพของทารกน้อยในครรภ์ด้วย

แม่ท้องเป็นอีสุกอีใส

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ในช่วงที่ท้องอยู่นั้นเป็นโรคอีสุกอีใสขึ้น  บางคนติดเชื้อจากการเลี้ยงลูกหรือคนในครอบครัวเป็นโรคอีสุกอีใส และตนเองก็ไม่ได้ป้องกันเท่าที่ควร  ทำให้เกิดความกังวลใจว่าลูกในท้องจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ร่วมหาคำตอบจากบทความ แม่ตั้งครรภ์เป็นอีสุกอีใส ลูกจะเป็นอันตรายหรือไม่ ติดตามอ่าน

แม่ท้องเป็นอีสุกอีใส ลูกในครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

สาเหตุ

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่เกิดโรคงูสวัด

อาการ

1.อาการจะเหมือนกับคนที่ติดเชื้อไวรัสทั่วไป คือ มีไข้ อ่อนเพลีย

2.มีผื่นแดงราบ ตุ่มใส หรือมีตุ่มหนองตามใบหน้า ลำตัว หลัง และสามารถติดต่อได้ง่าย

- Advertisement -

3.ระยะเวลาในการฟักตัวประมาณ 2 – 3 สัปดาห์  หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา เชื้อสามารถหายได้เองประมาณ 10 -15 วัน

การติดต่อ

1.สัมผัสตุ่มหนองของคนป่วย

2.การใช้สิ่งของร่วมกัน

3.การหายใจหรือไอ จามรดกัน

เมื่อแม่ท้องเป็นอีสุกอีใส จะกระทบกับลูกในท้องยังไง?

  • ในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายจะมีภูมิต้านทานที่ต่ำลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และมีความรุนแรงได้มากขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก  ช่วง 1 -3 เดือนแรก
  • ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นหากเชื้อลุกลามไปยังทารกในครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติบริเวณผิวหนัง แขน ขา ของทารก ส่งผลให้เกิดภาวะ congenital varicella syndrome
  • นอกจากนี้ยังทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก มีการติดเชื้อในสมอง หรือทารกจะมีผื่นผิวหนังคล้ายงูสวัดได้
  • ช่วงอันตรายอีกช่วงหนึ่ง คือ ช่วงใกล้คลอดและในช่วง 7 วันก่อนคลอดและหลังคลอด เพราะในช่วงนี้คุณแม่จะมีเชื้อไวรัสในร่างกายสูงที่สุด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดปอดอักเสบ การหายใจล้มเหลว และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทั้งคุณแม่และทารก
  • นอกจากนี้ทารกยังมีความเสี่ยงชีวิตหลังแรกคลอดได้

การรักษา

1.การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น  หากมีไข้ให้ทานยาลดไข้อย่าปล่อยให้ไข้ขึ้นสูง ดื่มน้ำให้มาก อาจจะเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าก็ได้   รับประทานอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย

2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  ในช่วงนี้น้ำหนักตัวของคุณแม่จะยังไม่ขึ้น  หรือบางครั้งอาจจะลดลงเพราะอาจเกิดอาการเบื่ออาหารรับประทานได้น้อยลง หรือาจอาเจียนมากหรือมีไข้สูง

3.หากช่วงไตรมาสแรกคุณแม่แพ้ท้องจนไม่สามารถรับประทานอาหารได้ และรู้สึกเวียนศีรษะและหน้ามืดย่อยๆ หากมีอาการแบบนี้ต้องพบคุณหมอเพื่อรักษา  บางครั้งอาจจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะจำเป็นต้องให้น้ำเกลือหรือยาทางหลอดเลือด จะทำให้คุณแม่มีอาการดีขึ้นและสดชื่นเร็วขึ้น

4.สิ่งสำคัญหากคุณแม่ติดเชื้ออีสุกอีใสในช่วงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังอย่าแพร่เชื้อให้คนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ชิด รวมถึงไม่ไปสัมผัสกับคนที่มีไข้ออกผื่นในช่วงตั้งครรภ์ระยะหลัง เพราะหากได้รับเชื้อคุณแม่จะเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด

5.วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส  หากคุณแม่เกิดติดเชื้อโรคอีสุกอีใสแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดยาซ้ำอีกเพราะร่างกายจะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ แต่บุคคลใกล้ชิดที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ควรที่จะฉีดยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

ขอบคุณภาพจาก : Hello Doktor

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY