โรคคาวาซากิ โรคนี้คืออะไร รู้ได้อย่างไรว่าลูกป่วย

363
- Advertisement -

เมื่อเอ่ยชื่อ คาวาซากิ ใครๆ ก็นึกว่าเป็นชื่อคนญี่ปุ่น แต่ความจริงแล้วเป็นชื่อ โรคคาวาซากิ ชนิดหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นในเด็กเล็ก ดังนั้นคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้สักหน่อย

โรคคาวาซากิ

เพื่อจะได้สังเกตได้ว่าลูกกำลังป่วยด้วยโรคนี้หรือไม่ และมีวิธีการดูแลรักษาเมื่อลูกป่วยอย่างไรบ้าง

โรคคาวาซากิ คืออะไร 

โรคคาวาซากิ เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงมีการอักเสบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่หลอดเลือดแดงหัวใจ ซึ่งก็เนื่องมาจากการที่มีก้อนลิ่มเลือดแข็งตัวและไปอุดกั้นหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก เมื่อนานวันเข้า หลอดเลือดแดงเส้นนั้นก็จะเกิดการอุตตัน ซึ่งโรคนี้ถูกพบในปีพ.ศ. 2504 โดยนายแพทย์ Tomisaku Kawasaki ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงใช้ชื่อนี้ตามชื่อของผู้ที่ค้นพบคนแรกนั่นเอง

สาเหตของการเกิดโรค

ในประเทศไทยนั้นเริ่มมีผู้ป่วยโรคนี้เมื่อปี พ.ศ.2519 โดยสาเหตุของการเกิดโรคยังไม่แน่ชัด แต่คาดว่าอาจจะเกิดจากการติดเชื้อ หรือระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ จึงส่งผลให้เกิดการอักเสบที่หลอดเลือด และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง โดยในช่วงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย คือ ช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวนั่นเอง

รู้ได้อย่างไร ว่าลูกเป็นคาวาซากิ

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกกำลังป่วยเป็นคาวาซากิหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากอาการของลูกนั่นเอง โดยมีอาการที่พบได้มากที่สุดดังนี้

1.ไข้สูงเกิน 38 องซาเซลเซียล

เด็กที่ป่วยด้วยโรคคาวาซากิ จะมีไข้สูงมากถึง 38 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานเกิน 5 วัน ถ้าไม่รักษาอาจมีไข้สูงนาน 1-2 สัปดาห์เลยทีเดียว

- Advertisement -

2.ตาบวมและแดง

เยื่อบุตาขาวจะแดง แต่ไม่มีขี้ตา โดยตาจะเริ่มแดง หลังเป็นไข้ 1-2 วัน และอาจเป็นนานร่วมสัปดาห์

3.ริมฝีปากแห้ง บวม แดง

ในช่องปาก ลิ้นจะบวมแดงเหมือนสีสตรอเบอรี่ ร่วมกับมีอาการริมฝีปากแห้ง จนผิวหนังอาจแตกและหลุดลอกได้ โดยเป็นอยู่นาน 1-2 สัปดาห์

4.ผื่นแดงตามตัว

หลังมีไข้ 1-2 วัน จะมีผื่นแดงขึ้นตามตัวและแขนขา ซึ่งมักจะมีอาการคันร่วมด้วย

5.เท้าและมือ ปวดบวมและลอก

ผู้ป่วยจะรู้สึกปวด ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเพราะมีอาการบวมแดง และเมื่อผู้ป่วยเป็นไข้ติดต่อกันนาน 2-3 สัปดาห์ จะทำให้ผิวหนังที่บริเวณปลายนิ้วมือและนิ้วเท้าหลุดลอกได้

6.ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโต

แพทย์จะคลำเจอต่อมน้ำเหลืองโตที่คอข้างใดข้างหนี่ง โดยมีขนาด 1.5 เซนติเมตร ซึ่งพบในผู้ป่วยร้อยละ 50-70

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคคาวาซากิ คือ หลอดเลือดหัวใจโคโรนารี่โป่งพอง  ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผนังหลอดเลือกที่ไม่แข็งแรง จะมีอาการโป่งพอง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตันของลิ่มเลือดที่เส้นเลือดหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือถ้าเส้นเลือดเกิดโป่งพองมากจนแตก ก็ทำให้เลือดออกในร่างกายและเสียชีวิตได้ในที่สุด

แนวทางการรักษา 

แพทย์จะทำการรักษาผู้ป่วยตามอาการ ร่วมกับฉีดอิมมูโนโกลบูลิน (intravenous immunoglobulin, IVIG) เพื่อช่วยลดอาการรุนแรงของโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นที่หัวใจและหลอดเลือดดำ ส่วนยาที่ใช้รักษาโรคนี้โดยเฉพาะยังไม่มี เนื่องจากยังไม่สามารถหาสาเหตุการเกิดโรคได้อย่างแน่ชัด

เมื่อคุณแม่สังเกตแล้วพบว่าลูกมีโอกาสที่จะเป็นคาวาซากิ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เนื่องจากอาจเกิดภาวะเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ก็ควรเฝ้าระวังอาการป่วยของลูกอยู่เสมอ เพราะเด็กเล็กจะป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือเท้าปาก ไข้ดำแดง และโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เป็นต้น

= = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ไข้ดำแดง กับวิธีการสังเกต ว่าลูกน้อยกำลังป่วยด้วยโรคนี้หรือไม่
2.ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในเด็ก ร้ายแรงมากแค่ไหน