ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในเด็ก ร้ายแรงมากแค่ไหน

354
- Advertisement -

เมื่อไข้หวัดใหญ่มีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไป โดยบางสายพันธุ์ เช่นไข้หวัดสายพันธุ์เอ อาจส่งผลถึงกับทำให้เด็กเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ไข้หวัดสายพันธุ์เอ

ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันสำหรับไข้หวัดสายพันธุ์เอถึงสาเหตุ อาการ แนวทางรักษา รวมทั้งการป้องกันลูกน้อยจากไข้หวัด เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a เป็นไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินการหายใจ สามารถแพร่เชื้อโดยการติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งเชื้อไวรัสจะปนอยู่ในน้ำลาย เสมหะหรือน้ำมูกของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยไอหรือจามในระยะ 1 เมตรก็จะทำให้ผู้อื่นติดเชื้อได้ รวมถึงการจับมือหรือสัมผัสสิ่งของของผู้ป่วย ก็เป็นการแพร่เชื้อโรคอีกทางหนึ่ง โดยเด็กอนุบาลที่ไปโรงเรียนมีโอกาสติดเชื้อได้มากเนื่องจากอยู่ร่วมกันหลายคน จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อและกระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ง่าย นอกจากนี้อาการป่วยจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปีก็มักจะมีความรุนแรงมากกว่าวัยอื่นๆ อีกด้วย

อาการที่สังเกตได้ เมื่อลูกน้อยป่วย

อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a นั้น ผู้ป่วยจะแสดงอาการออกมาหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1-3 วัน ซึ่งอาการก็จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นคุณแม่สามารถสังเกตอาการต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.มีระบบหายใจผิดปกติ เช่น ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล

2.มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส

3.ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

- Advertisement -

4.เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

5.บางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

โดยผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วเช่นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังต่างๆ อาจมีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดอาการปอดบวม หัวใจวายและเสียชีวิตได้

วิธีการดูแลรักษา เมื่อลูกป่วย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะจ่ายยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วลูกน้อยก็จะมีอาการดีขึ้นภายใน 5-7 วัน นอกจากนี้คุณแม่ก็ควรดูแลลูกน้อยด้วยวิธีเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย ได้แก่

1.เช็ดตัวเมื่อไข้ขึ้นร่วมกับการทานยาลดไข้ ในกรณีที่มีไข้สูง

2.ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ เพื่อขับให้เชื้อโรคออกมา

3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4.ทานอาหารที่มีประโยชน์ และย่อยง่ายเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ผัก ผลไม้

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัส เช่น ยาโอลเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เป็นยากินซึ่งให้ผลดีต่อผู้ป่วยที่ได้รับยานี้หลังเริ่มมีอาการไม่เกิน 2 วัน

การป้องกันลูกน้อย จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว นอกจากนี้คุณแม่สามารถป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อโรคได้ ดังนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพราะอาจมีเชื้อโรคติดมาโดยไม่รู้ตัว

2.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อจากคนรอบข้างได้สูง

3.ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมาก

4.ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

5.ดูแลเรื่องการกินอาหารที่มีประโยชน์และนอนให้เพียงพอ

เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ คุณแม่ควรรีบรักษา แต่ถ้าลูกยังมีอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรพาไปพบแพทย์ เพราะลูกอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งอาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ลูกน้อยป่วยจะดีกว่า

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY