ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในเด็ก ร้ายแรงมากแค่ไหน

414
- Advertisement -

เมื่อไข้หวัดใหญ่มีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไป โดยบางสายพันธุ์ เช่นไข้หวัดสายพันธุ์เอ อาจส่งผลถึงกับทำให้เด็กเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ไข้หวัดสายพันธุ์เอ

ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันสำหรับไข้หวัดสายพันธุ์เอถึงสาเหตุ อาการ แนวทางรักษา รวมทั้งการป้องกันลูกน้อยจากไข้หวัด เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้เตรียมตัวรับมือได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ คืออะไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a เป็นไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินการหายใจ สามารถแพร่เชื้อโดยการติดต่อจากคนสู่คน ซึ่งเชื้อไวรัสจะปนอยู่ในน้ำลาย เสมหะหรือน้ำมูกของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยไอหรือจามในระยะ 1 เมตรก็จะทำให้ผู้อื่นติดเชื้อได้ รวมถึงการจับมือหรือสัมผัสสิ่งของของผู้ป่วย ก็เป็นการแพร่เชื้อโรคอีกทางหนึ่ง โดยเด็กอนุบาลที่ไปโรงเรียนมีโอกาสติดเชื้อได้มากเนื่องจากอยู่ร่วมกันหลายคน จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อและกระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ง่าย นอกจากนี้อาการป่วยจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a ในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปีก็มักจะมีความรุนแรงมากกว่าวัยอื่นๆ อีกด้วย

อาการที่สังเกตได้ เมื่อลูกน้อยป่วย

อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ a นั้น ผู้ป่วยจะแสดงอาการออกมาหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1-3 วัน ซึ่งอาการก็จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นคุณแม่สามารถสังเกตอาการต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

1.มีระบบหายใจผิดปกติ เช่น ไอ จาม เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล

2.มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส

3.ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

- Advertisement -

4.เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

5.บางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

โดยผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วเช่นโรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรังต่างๆ อาจมีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดอาการปอดบวม หัวใจวายและเสียชีวิตได้

วิธีการดูแลรักษา เมื่อลูกป่วย

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะจ่ายยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วลูกน้อยก็จะมีอาการดีขึ้นภายใน 5-7 วัน นอกจากนี้คุณแม่ก็ควรดูแลลูกน้อยด้วยวิธีเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย ได้แก่

1.เช็ดตัวเมื่อไข้ขึ้นร่วมกับการทานยาลดไข้ ในกรณีที่มีไข้สูง

2.ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ เพื่อขับให้เชื้อโรคออกมา

3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4.ทานอาหารที่มีประโยชน์ และย่อยง่ายเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ผัก ผลไม้

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัส เช่น ยาโอลเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เป็นยากินซึ่งให้ผลดีต่อผู้ป่วยที่ได้รับยานี้หลังเริ่มมีอาการไม่เกิน 2 วัน

การป้องกันลูกน้อย จาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว นอกจากนี้คุณแม่สามารถป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อโรคได้ ดังนี้

1.ล้างมือบ่อยๆ เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพราะอาจมีเชื้อโรคติดมาโดยไม่รู้ตัว

2.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อจากคนรอบข้างได้สูง

3.ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมาก

4.ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

5.ดูแลเรื่องการกินอาหารที่มีประโยชน์และนอนให้เพียงพอ

เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ คุณแม่ควรรีบรักษา แต่ถ้าลูกยังมีอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรพาไปพบแพทย์ เพราะลูกอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งอาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ลูกน้อยป่วยจะดีกว่า โดยพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั่นเอง

= = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom.
More and more solutions about how can you grow up your baby.
Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know.
Don’t for get to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ไข้สมองอักเสบ โรคร้ายที่มากับยุง พบเด็กป่วยเยอะ
2.ปรอทวัดไข้ ตัวช่วยวัดไข้ลูกน้อย ที่คุณแม่ควรมี

LEAVE A REPLY