มือเท้าลอกในเด็ก ระวัง!! อาจอันตรายกว่าที่คิด

12497
- Advertisement -

มือเท้าลอกในเด็ก … ในช่วงวัยเด็กของลูกนั้น เป็นช่วงที่ต้องคอยประคบประหงมเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ก็ต้องคอยดูแลลูกให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และให้ออกกำลังกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้ออยู่เสมอ

มือเท้าลอกในเด็ก

ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของลูกให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมที่จะสู้กับเชื้อโรค และเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ ยิ่งปัจจุบันนี้ มีโรคมือเท้าลอกในเด็ก เป็นโรคที่กำลังระบาดในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการดูแล หรือไม่ได้พบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี ก็มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อและเกิดโรคแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เราจึงได้รวบรวมสาเหตุและวิธีป้องกันโรคมือเท้าลอกในเด็กมาให้คุณแม่ได้อ่านกันดู

มือเท้าลอกในเด็ก ระวัง!! อาจอันตรายกว่าที่คิด

อาการของโรคมือเท้าลอกในเด็ก

อาการของโรคมือเท้าลอกในเด็กที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ เลย คือการลอกของผิวหนังบริเวณนิ้วมือ มือ และปลายเท้า บางรายอาจพบตุ่มน้ำ ร่วมกับอาการมีไข้ ซึ่งแต่ละสาเหตุของการเกิดโรคนี้ จะแสดงอาการไม่เหมือนกัน คุณแม่จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และควรจดบันทึกไว้ เพื่อที่แพทย์จะได้วินิจฉัยอาการได้เร็วยิ่งขึ้น

สาเหตุของโรคมือเท้าลอกในเด็ก

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าลอกในเด็ก มีดังต่อไปนี้

  • เกิดจากการอักเสบ หรือการติดเชื้อบริเวณต่าง ๆ – เด็กอาจมีอาการแพ้อะไรบางอย่าง หรือเมื่อมีการสัมผัสสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า แชมพู สบู่เหลว เป็นต้น อาจพบว่าเด็กมีผิวแห้งเป็นขุย มีผื่นแดงขึ้นเป็นบางจุด (โดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่าง ๆ) มีอาการคันร่วมอยู่ด้วย ถ้าคันมาก ๆ ก็อาจมีเลือดซิบได้
  • เกิดจากเชื้อรา – สาเหตุของโรคมือเท้าลอกในเด็กกรณีนี้ เกิดจากแบคทีเรียและเชื้อราที่ชื่อว่า สเตรปโตคอสคัส หรือที่เรียกันว่าโรคอีดำอีแดง เกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ หรือการปล่อยให้เด็กไปวิ่งเล่นนอกบ้าน โดยไม่ใส่รองเท้า เป็นเหตุให้ได้รับเชื้อราบริเวณฝ่ามือ และนิ้วเท้า เมื่อเด็กได้รับเชื้อนี้ ในระยะแรก ๆ จะเริ่มจากมีอาการเจ็บคอ มีไข้ และจะเริ่มมีผื่นสาก ๆ เหมือนกระดาษทรายบริเวณลำตัว ถ้าหากอาการรุนแรงขึ้น จะพบการลอกบริเวณมือ นิ้วเท้า ข้อศอก ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ ไม่พาไปพบแพทย์ ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายได้ แต่อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบได้ในเด็กค่อนข้างน้อย และถ้าหากพาไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสรักษาให้หายได้สูง
  • โรคสะเก็ดเงิน – ปัจจุบันเริ่มมีผู้ป่วยโรคนี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน มักจะพบผื่นขึ้นเป็นปื้นหนาและแข็ง บริเวณหนังศีรษะ แขน ขา และลำตัว เมื่อตกสะเก็ดจะมีสีขาว (จึงเป็นที่มาของชื่อสะเก็ดเงิน) บางรายอาจมีหนองขึ้นบริเวณผื่นด้วย
  • โรคคาวาซากิ – เป็นสาเหตุของโรคมือเท้าลอกในเด็กอีกโรค ที่เป็นกันมากในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี แต่ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ อาการที่พบ คือเป็นไข้สูง ปากและตาแดง ลิ้นแดงคล้ายผลสตอเบอร์รี่ มือเท้าบวม และจะพบการลอกของผิวหนังบริเวณขอบ ๆ ของเล็บมือและเล็บเท้า นอกจากนี้ยังพบปัญหาต่อมน้ำเหลืองโต แต่กดไม่เจ็บ ถ้าหากไม่รีบทำการรักษา อาจพบการแทรกซ้อนของระบบหลอดเลือด และหัวใจที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

นอกจากนี้ยังพบอาการของโรคมือเท้าลอกในเด็ก ที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นผู้ปกครองจึงควรหมั่นตรวจสอบความผิดปกติบนร่างกายของลูกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก และเมื่อพบความผิดปกติเกิดขึ้น อย่างเช่นอาการมือเท้าลอก ก็ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที อย่าซื้อยามาทาน หรือทาเอง เพราะอาจทำให้เกิดการลุกลามของเชื้อโรคได้

- Advertisement -

วิธีป้องกันโรคมือเท้าลอกในเด็ก

สำหรับการป้องกันการเกิดโรคมือเท้าลอกในเด็กนั้น ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • ควรดูแลเรื่องโภชนาการของลูก ให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนอยู่เสมอ และควรให้มีการออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้
  • ไม่ควรให้ลูกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้าน เช่น สนามเด็กเล่น หรือลานออกกำลังกาย โดยไม่มีการใส่รองเท้า และเมื่อกลับถึงบ้าน ก็ควรให้ลูกรีบชำระล้างร่างกาย เพื่อล้างสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียออกทันที
  • เก็บน้ำยาต่าง ๆ ที่เป็นส่วนผสมของสารเคมี เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้าให้พ้นมือเด็ก นอกจากนี้คอยตรวจสอบว่าลูกมีอาการแพ้แชมพู หรือสบู่อาบน้ำหรือไม่

จะเห็นได้ว่าอาการมือเท้าลอกในเด็กนั้น เป็นความผิดปกติที่พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายบางอย่างที่ลูกกำลังเผชิญอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อลูกมีอาการมือเท้าลอกผิดปกติ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและทำการรักษาได้ทันนั่นเอง

ขอขอบคุณที่มา :  board.postjung  ,  theworldmedicalcenter

ขอบคุณรูปภาพจาก : Pixabay

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY