กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก ที่คุณแม่ควรรู้ ถ้าอยากให้ลูกฉลาด

1646
- Advertisement -

กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก ที่คุณแม่ควรรู้ … ไม่ว่าจะครอบครัวไหนก็ตาม ย่อมต้องมีความคาดหวังอยากให้ลูกฉลาดกันทั้งนั้น ซึ่งการส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการทางสมองที่ดีได้ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงคลอดใหม่ ๆ จนถึง 3 ปีแรก

กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก

เนื่องจากในวัยนี้จะมีการพัฒนาเซลล์สมองที่เร็วที่สุดกว่าช่วงวัยอื่น ๆ  ถ้าหากมีการกระตุ้น หรือการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองที่ดีในช่วงวัยนี้ จะทำให้พัฒนาการสมองของเด็กเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาต่อไปในเชิง IQ และ EQ ในระยะยาว เพราะฉะนั้น หากคุณแม่คนไหนที่ “อยากให้ลูกฉลาด” ก็นำกิจกรรมเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันระหว่างเลี้ยงลูกกันดู

กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก ที่คุณแม่ควรรู้

อยากให้ลูกฉลาด ต้องพัฒนาให้ครบทุกด้าน

รู้หรือไม่ว่า การพัฒนาสมองของเด็กนั้น ประกอบไปด้วย 5 ด้าน ก็คือ ความคิด การเรียนรู้ การสื่อสาร การสร้างสรรค์ และการสร้างสมดุลในการทรงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ ควรมีการได้รับการพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่แค่เลือกพัฒนาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะจะทำให้เด็กไม่สามารถใช้สมองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการพัฒนาสมองทั้ง 5 ด้านนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ความคิด – เด็กสามารถคิด วางแผน และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยตัวเองได้
  • การเรียนรู้ – การสนับสนุนให้เด็กได้มีการเรียนรู้ ทั้งจากโลกภายนอก และจากหนังสือ
  • การสื่อสาร – การสื่อสาร คือการบ่งบอกอารมณ์ของเด็กได้อย่างดีเยี่ยม และการจะพัฒนาการสื่อสารของเด็กให้เต็มที่ ก็ควรนำสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกับดนตรีมาใช้ในการเชื่อมโยง
  • การสร้างสรรค์ – เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง โดยการนำศิลปะมาประยุกต์
  • การสร้างสมดุลในการทรงตัว – การให้เด็กได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ได้เพียงแต่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของการพัฒนากล้ามเนื้อสมองในส่วนที่มีการคำนวณ และการคิดได้ดียิ่งขึ้น

กิจกรรมพัฒนาสมองเด็ก ทำไม่ยาก ถ้าอยากให้ลูกฉลาด

ได้อธิบายกันไปแล้วว่า อยากให้ลูกฉลาดนั้นไม่ยากเลย ถ้าหากได้พัฒนาสมองของลูกให้ครบ 5 ส่วน และนี่คือกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้มีการพัฒนาสมองครบทุกส่วนได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ และสายใยของความเป็นครอบครัวได้ดีกว่าเดิมอีกด้วย

1.อย่าปล่อยให้ลูกร้องไห้นาน ๆ

- Advertisement -

พ่อแม่บางคนอาจจะติดธุระ หรืออาจรู้สึกไม่ชอบใจเวลาที่ลูกร้องไห้ ก็ปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้นเพราะเชื่อว่าเดี๋ยวเหนื่อยก็จะหยุดเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลยถ้าอยากให้ลูกฉลาด ทุกครั้งที่เด็กทารกร้องไห้นั้น มักจะรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย และอยากให้พ่อแม่ได้เป็นผู้คุ้มครอง หากปล่อยให้เด็กทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะทำให้สมองของเด็กมีการพัฒนาในเรื่องของการหนีความไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเหตุให้ในอนาคตเด็กจะเข้ากับสังคมได้ยากกว่าปกติ

2.ควรมีการสัมผัสลูกอยู่เสมอ

สัมผัสในที่นี้ ก็คือการจูบ กอด หอม ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปที่พ่อแม่มักจะปฏิบัติต่อลูกอยู่แล้ว รู้หรือไม่ว่าเมื่อมีการสัมผัส เด็กจะรู้สึกได้ถึงความรัก ความอบอุ่น ที่ทำให้เกิดความพอใจ จนทำให้ร่างกายมีการหลั่งสาร Nerve Growth Factor ที่จะทำให้สมองมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม

3.หมั่นพูดคุยกับลูกสม่ำเสมอ

อยากให้ลูกฉลาดทำได้ไม่ยากเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าเด็กจะยังพูดไม่ได้ ทำได้แค่ส่งเสียงอือ ๆ ออ ๆ ในลำคอ หรือถ้าโตมาหน่อยก็อาจจะยังพูดไม่เป็นภาษานัก ก็อย่าเมินเฉย พยายามพูดคุยเล่นกับลูกให้ได้มากที่สุด และควรแสดงออกทางกายภาพด้วย เด็กจะเข้าใจเร็วยิ่งขึ้นว่าพ่อแม่กำลังพูดอะไร และหมายความว่าอะไร ซึ่งจะทำให้เด็กมีการพัฒนาทางสมองได้ดี เนื่องจากความต้องการที่จะตอบโต้กลับนั่นเอง

4.ไม่ควรใช้คำว่า “อย่า”

เพียงคำเดียวสั้น ๆ นี้ แต่สามารถทำลายพัฒนาการทางสมองของลูกได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อใดก็ตามที่แม่ขึ้นเสียงว่าอย่า เด็กจะมีความไม่พอใจ และอาจรู้สึกถึงการปิดกั้น จนทำให้สมองส่วนความคิดไม่สามารถพัฒนาได้เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะนั่งเฝ้าลูก ก็ควรปล่อยให้เขาได้ทดลองเล่นอะไรด้วยตัวเองอย่างอิสระ เช่น การเล่นน้ำ นั่งเล่นทราย หรือหยิบดินสอมาขีด ๆ เขียน ๆ

5.ใช้หนังสือภาพเป็นสิ่งกระตุ้น

ปัจจุบันนี้มีหนังสือมากมาย ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และจิตนาการของเด็ก จึงขอแนะนำเลยว่า ถ้าอยากให้ลูกฉลาด ก็ควรมีหนังสือประเภทนี้ติดบ้านไว้หลาย ๆ เล่ม เมื่อมีเวลาว่างก็ควรเอามานั่งเล่น นั่งดูไปพร้อมๆ กับลูก ยิ่งถ้ามีการชี้ให้ดูและอธิบาย จะทำให้เด็กได้มีการพัฒนาทางสมองได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ไม่ยากเลยใช่ไหมกับกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาสมองของลูกให้มีความฉลาดและความจำดีมากขึ้น เพราะฉะนั้นสำหรับคุณแม่ที่อยากให้ลูกฉลาด ก็ลองชวนลูกมาทำกิจกรรมเหล่านี้เพื่อพัฒนาสมองของพวกเขากันดู

ขอขอบคุณที่มา : quip  ,  thairath

ขอบคุณรูปภาพ : childcareaware

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY