ทำไมเด็กอ่อนวัย 1 – 2 เดือน ไม่ควรดื่มนมขวด

2827
- Advertisement -

คนเป็นแม่ทุกคนย่อมทราบดีว่า อาหารมื้อแรกของเจ้าตัวน้อยควรจะเป็นน้ำนมจากอกของคุณแม่ เพราะสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่ลูกน้อยต้องการอุดมอยู่ในน้ำนมแม่อย่างครบถ้วนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

ไม่ควรดื่มนมขวด

แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เกิดความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำนมไม่เพียงพอ หรือผิดปกติทางสรีระทางร่างกาย ทำให้ไม่สามารถให้ลูดดื่มนมจากอกได้ ต้องการทราบว่า ถ้าลูกน้อยจำเป็นต้องดื่มนมจากขวดจะเป็นอย่างไร มีผลต่อสุภาพร่างกายหรือจิตใจมากน้อยเพียงใด ดังนั้น เพื่อความสบายใจของคุณแม่ที่พบเจอกับปัญหาบางอย่าง และมีความจำเป็นต้องให้ลูดดื่มนมจากขวด ลองมาดูรายละเอียดดังนี้ค่ะ

ทำไมเด็กอ่อนวัย 1 – 2 เดือน ไม่ควรดื่มนมขวด

เด็กวัย 1 – 2 เดือน ควรดื่มนมจากเต้าเพราะอะไร

สาเหตุที่เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือน ควรดื่มนมจากเต้า ก็เพราะว่าร่างกายของเด็กทารกแรกเกิดจนกระทั่งถึง 3 เดือน ยังอ่อนแอ่ ร่างกายยังต้องปรับสภาพให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ และเตรียมความพร้อมในการสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมาย เมื่อทารกแรกเกิดดื่มนมแม่จนถึง 3 เดือนขึ้นไป ร่างกายของทารกก็จะแข็งแรง มีภูมิต้านทานสามารถสู้กับโรค และเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายให้มากที่สุด ก่อนที่จะเปลี่ยนให้ลูกดื่มนมจากขวด คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมจากเต้าอย่างน้อย 3 – 6 เดือน หรือให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ ดังนั้น จึงห้ามเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 3 เดือนดื่มนมจากขวด

ทำไมเด็กวัย 1 – 2 เดือนไม่ควรดื่มนมจากขวด

เป็นเพราะช่วงระยะ 1 – 2 เดือนแรกเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการพัฒนาระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ การที่ลูกดูดนมจากเต้าของแม่ จะยิ่งช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณปาก เพราะเด็กต้องใช้แรงกดของกล้ามเนื้อถ้าหยุดดูดน้ำนมแม่จะหยุดไหลตามไปด้วย ทำให้เด็กต้องดูดแรงขึ้นเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้ไหลออกมานั่นเอง แต่ถ้าลูกดูดนมจากจุกยางตั้งแต่แรกเกิด หรือ 1 – 2 เดือนแรก ส่งผลให้ลูกน้อยไม่ยอมดูดนมจากเต้าแม่อีก หรือหยุดดูดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณแม่สลับให้ลูกดูดนมขวดกับนมแม่ อาจจะทำให้ลูกสับสนจนไม่ยอมดูดนมจากเต้า นี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนดูดนมจากเต้าดีกว่าจากขวดนั่นเองค่ะ

ในกรณีที่คุณแม่บางท่านอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถให้ลูกดูดนมจากเต้าได้ แล้วเป็นกังวลไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี วันนี้เราก็มีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากด้วยเช่นกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยค่ะ

- Advertisement -

กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้ลูกดื่มนมจากเต้าได้ ควรทำอย่างไร

คุณแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทำให้น้ำนมน้อยหรือคุณแม่ที่มีภาวะผิดปกติทางร่างกาย เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ, น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด หรือ คุณแม่ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง การให้นมลูกจึงอาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย ดังนั้น เพื่อให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เราก็ไม่แนะนำให้ลูกดื่มนมจากขวดค่ะ ควรเปลี่ยนวิธีการป้อนนม โดยการใช้ช้อน หรือใช้หลอดหยอดที่เต้าให้ลูกดูด แทนการให้ดูดจากจุกยาง และใช้น้ำนมแม่ที่ปั๊มเก็บไว้ให้ลูกดื่มแทนนมผงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงาน การป้อนด้วยช้อน หรือใช้การหลอดหยอดน้ำนมนั้นอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลลูกน้อยแทนคุณ ดังนั้น การให้ลูกดูดขวดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ควรจะให้ลูกมีอายุมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

ข้อเสียของการให้ลูกอายุต่ำกว่า 3 เดือนดูดนมจากขวด

  • กล้ามเนื้อบริเวณปากผิดรูป รูปปากไม่สวย มีผลต่อโครงสร้างฟันได้ เนื่องจากการดูดจุกยางในช่วงอายุ 1 – 2 เดือน กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกยังทำงานได้อย่างไม่สมบูรณ์ ต้องได้รับการกระตุ้น โดยธรรมชาติการดูดนมจากเต้าลูกจะต้องดูดแรง ๆ แบบต่อเนื่องเพื่อให้นมแม่ไหลออกมา เมื่อหยุดดูดน้ำนมก็จะหยุดตาม ทำให้ลูกต้องดูดนมแรกอย่างสม่ำเสมอ กระบวนการนี้จึงช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และทำงานได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แต่เมื่อลูกดูดนมจากจุกยาง ลูกจะดูดแรง ๆ เพียงไม่กี่ครั้งเมื่อหยุดดูดน้ำนมในขวดก็ยังไหลอยู่ ทำให้ลูกไม่ต้องดูดต่อเนื่อง ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงนั่นเอง
  • การดูดนมจากขวดทำให้ท้องอืดได้ง่าย เนื่องจากลูกดูดลมภายในขวดเข้าไปมากกว่าน้ำนม ทำให้ลูกเกิดอาการท้องอืด จุกเสียดแน่นได้ และเมื่อลูกมีอาการท้องอืดเป็นเวลานานอาจจะทำให้ลูกอึดอัด นอนไม่ได้ ร้องไห้งอแง และไม่ยอมให้คุณแม่ได้พัก ดังนั้น คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการให้นมขวดก่อนลูกจะมีอายุมากกว่า 3 เดือน หรือมากกว่านี้ เพื่อป้องกันอาการท้องอืด และภาวะอาการอื่น ๆ ที่แทรกซ้อนได้
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนในเด็ก เนื่องจากนมขวดมีปริมาณมาก การดูดนมแต่ละครั้งลูกอาจจะดูดมากเกิดกระเพาะหรืออิ่มแล้วก็ยังไม่ยอมหยุดดูดทำให้นมที่ทางเข้าไปมากเกิดความต้องการของร่างกาย ยิ่งถ้าเป็นนมผงด้วยแล้วล่ะก็ รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนอย่างแน่นอนค่ะ
  • แม้ว่าจะสะดวกรวดเร็ว แต่ก็อาจทำให้สร้างนิสัยไม่ดีกับลูกได้ เมื่อคุณแม่ให้นมช้าอาจจะทำให้ลูกหงุดหงิดง่าย เมื่อโตมาจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ หรือมีอารมณ์ร้อน และอาจกลายเป็นเด็กขาดความอบอุ่นได้ เนื่องจากลูกเกิดความรู้สึกไม่มีใครรัก ไม่ได้ใกล้ชิดกับคุณแม่ ไม่ได้รับความอบอุ่นเพียงพอ หรือแม้แต่รับอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ เพราะการให้นมขวดคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่อุ้มลูกกินนมแต่จะให้ลูกนอนกินนมเพียงลำพัง ในจุดนี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่นจากคุณแม่ได้ ดังนั้น คุณแม่ควรให้นมลูกจนกว่าจะครบ 3 เดือน หรือนานกว่านี้ก็จะเป็นการดีมากเลยล่ะค่ะ

ทั้งนี้ สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงาน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพก็ตาม คุณแม่ควรพยายามให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากคุณแม่โดยการดูดนมจากเต้าให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ หรืออย่างน้อยๆ ควรจะให้ลูกมีอายุมากกว่า 3 เดือนน่าจะเป็นเรื่องที่ดีทั้งลูกน้อยและตัวคุณแม่เองค่ะ

ขอบคุณรูปภาพ : slrlounge

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

LEAVE A REPLY